
SINGER ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้า-ดอกเบี้ยเช่าซื้อพุ่ง ดันปี 68 พลิกกำไร 105 ล้านบาท
SINGER รายงานผลประกอบการปี 68 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 105 ล้านบาท จากการเติบโตของยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและโทรศัพท์เคลื่อนที่ ควบคู่กับรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 พลิกมีกำไรสุทธิ ดังนี้

บริษัทฯ รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิจำนวน 105.08 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 42.96 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย และรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมรวมถึงการให้บริการ ตลอดจนการลดลงของต้นทุนทางการเงิน
สำหรับในปี 2568 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 3,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,052 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 43 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้
โดยรายได้จากการขายในปี 2568 มีจำนวน 589 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 22.7 เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน การเติบโตดังกล่าวเป็นผลจากยอดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Application “SG Finance+” เพื่อสนับสนุนพนักงานขายและดีลเลอร์ของซิงเกอร์ให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดระยะเวลาในการอนุมัติสินเชื่อ อีกทั้งยังขยายช่องทางการจำหน่ายทั้งออนไลน์ ควบคู่กับแผนการปรับปรุงและขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ธุรกิจ Locked Phone ของบริษัทย่อยมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2568 โดยมีการปล่อยสินเชื่อรวมทั้งสิ้น 9,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 3,243 ล้านบาทในปี 2567 คิดเป็นจำนวนสัญญาเช่าซื้อใหม่ 790,622 สัญญา และคาดว่าจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีถัดไป
ขณะที่ในปี 2568 กลุ่มบริษัทมีรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมจำนวน 2,759 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 943 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 51.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการขยายการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือ (Locked Phone) ของบริษัทย่อยตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567 ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อในส่วนดังกล่าวเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี 2568 มีการปล่อยสินเชื่อ Locked Phone รวม 9,310 ล้านบาท ซึ่งสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ย และจะเป็นฐานรายได้สำคัญต่อเนื่องในปี 2569
สำหรับปี 2568 กลุ่มบริษัทมีต้นทุนทางการเงินลดลงจำนวน 151 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 70.9 จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัทได้ดำเนินการชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดในระหว่างปี ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

