JMART โชว์กำไรไตรมาส 1 โต 16% รับอานิสงส์ “สมาร์ทโฟน-สุกี้ตี๋น้อย” เคาะปันผล 0.135 บาท

JMART โชว์ผลงานไตรมาส 1/2569 สุดแกร่ง กวาดกำไร 162.7 ล้านบาท เติบโต 16% รับแรงหนุนจากธุรกิจมือถือ สินเชื่อ Lock Phone และสุกี้ตี๋น้อย บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผล 0.135 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 27 พ.ค.นี้


นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวและการเติบโตของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและการเงิน ภายใต้กลยุทธ์ “The Power of Synergy” โดยบริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 162.7 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าภาพรวมทางเศรษฐกิจจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและภาระหนี้ครัวเรือน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 3,894.6 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตของธุรกิจสมาร์ทโฟน สินเชื่อ Lock Phone รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าในเครือที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญในไตรมาสนี้ มาจากการเติบโตของธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริม ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด ซึ่งมีกำไรสุทธิ 57 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 159.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อันเป็นผลมาจากความสำเร็จของธุรกิจ “Lock Phone” ที่สามารถขยายพอร์ตสินเชื่อได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการทำงานร่วมกันของบริษัทในเครือ ทั้ง เจมาร์ท โมบาย, บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER, บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC และบริษัท เคบี เจ แคปปิตอล จำกัด ภายใต้บริการ SG Finance+ และ Samsung Finance+ ซึ่งเป็นส่วนช่วยในการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มสมาร์ทโฟนและสินเชื่อดิจิทัล (Digital Lending) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงการเติบโตของความต้องการผ่อนชำระสมาร์ทโฟนโดยไม่ใช้บัตรเครดิตที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในยุคดิจิทัล

ขณะเดียวกัน JMART ยังได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของ “สุกี้ตี๋น้อย” ซึ่งมีรายได้ในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 2,588 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 32 และมีกำไรสุทธิ 170 ล้านบาท โดยบริษัทได้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 30 คิดเป็นจำนวนเงิน 51 ล้านบาท ก่อนการปันส่วน PPA

ทางด้านธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพของ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT แม้จะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้การจัดเก็บหนี้ต้องอยู่ภายใต้แนวทางการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และมีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss หรือ ECL) เพิ่มขึ้นตามหลักความระมัดระวังทางบัญชี ซึ่งถือเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่กระทบต่อกระแสเงินสด (Non-cash Item) อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสามารถรักษาการเติบโตของกำไรผู้ถือหุ้นไว้ได้ จากการเติบโตของธุรกิจแกนหลักและการผนึกกำลัง (Synergy) ของกลุ่มบริษัท

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี 2569 JMART จะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิดระบบนิเวศ (Ecosystem) อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตผ่านการเชื่อมโยงสินค้า บริการ และฐานลูกค้าภายในกลุ่ม โดยเฉพาะธุรกิจ Lock Phone, สินเชื่อมือถือ Samsung Finance+ และ SG Finance+ ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อในระยะยาว รวมถึงการนำระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics), ระบบบริหารจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) และแพลตฟอร์ม J Point เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการซื้อซ้ำและสร้างความภักดีของลูกค้าภายในระบบนิเวศของกลุ่มบริษัท

นอกจากนี้ บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J ยังคงเดินหน้าต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และพื้นที่เช่า ผ่านการพัฒนาโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น โรงแรม SENS Hotel, โครงการสนามกีฬา และ Sport Economy เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ในอนาคต พร้อมกันนี้ กลุ่มบริษัทยังเดินหน้าพัฒนาองค์กรสู่การเป็น AI Maturity Organization ผ่านโครงการ Jaymart Group AI Hackathon 2026 และ AI Transformation Workshop เพื่อมุ่งยกระดับศักยภาพของบุคลากรและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานในระยะยาว

อย่างไรก็ดี คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.135 บาทต่อหุ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท แม้จะต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 กำหนดขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 และมีกำหนดการจ่ายเงินปันผลในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการสร้างผลตอบแทนที่ต่อเนื่องให้แก่กลุ่มผู้ถือหุ้น ควบคู่ไปกับการเดินหน้าขยายธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวต่อไป

Back to top button