
“ป๊อปทอยจีน” บุกตลาดโลก! ดันส่งออกทะลุ 1 แสนล้านบาท
อุตสาหกรรม "ป๊อปทอยจีน" พลิกโฉมสู่ "Created in China" ผสานเทคโนโลยีและวัฒนธรรม ดันยอดส่งออกตงก่วนปี 68 ทะลุ 1.04 แสนล้านบาท ครองสัดส่วนผลิต 85% ของจีน พร้อมยกระดับสู่ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมโลก
สำนักข่าวซินหัว รายงานจากเมืองกว่างโจว เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ระบุว่า กระแส “ป๊อปทอย” (Pop Toys) หรือของเล่นตามกระแสของจีน กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงและดึงดูดผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยจุดเด่นจากการผสมผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ งานฝีมือที่แม่นยำ และสุนทรียศาสตร์สมัยใหม่ ส่งผลให้สายการผลิตในเมืองตงก่วน ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตของเล่นป๊อปทอยที่ใหญ่ที่สุดของจีน ต้องเร่งเดินเครื่องผลิตอย่างเต็มกำลัง โดยบริษัท กว่างตง (กวางตุ้ง) ฮาอีไต้ ทอยส์ จำกัด เปิดเผยว่า ยอดจำหน่ายของบริษัทพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายหลังการเปิดตัวของเล่นซีรีส์ปีม้าในช่วงปลายปี 2025 ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในสินค้าขายดีที่สุด โดยมียอดจำหน่ายเฉลี่ยเกิน 1,000 ชิ้นต่อวัน
นายเซียวเซินหลิน ประธานบริษัท ฮาอีไต้ กล่าวถึงกลยุทธ์การดำเนินงานว่า บริษัทไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการผลิตตุ๊กตาตั้งโชว์เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับความต้องการด้านจิตใจและการสร้างประสบการณ์ของผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ นอกเหนือจากตุ๊กตาผ้าขนนุ่มแบบดั้งเดิม บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ (Interactive) อาทิ อุปกรณ์ของเล่นที่จำลองตู้คีบตุ๊กตาขนาดจิ๋ว เพื่อสร้างความสนุกสนานและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค
ขณะที่สินค้าบางกลุ่มเน้นความน่ารักสดใส อีกด้านหนึ่งผู้ประกอบการได้นำแรงบันดาลใจจากสมบัติโบราณมาต่อยอด โดยแบรนด์ “พีซคูล” (Piececool) ในเครือ บริษัท ตงก่วน เวยสือ คัลเจอร์ เทคโนโลยี จำกัด ได้นำ “หม่าท่าเฟยเอี้ยน” หรือม้าเหยียบนกนางแอ่นเหินลม ซึ่งเป็นผลงานสัมฤทธิ์ชิ้นเอกจากราชวงศ์ฮั่นตะวันออก (ปี 25-220) มาตีความใหม่ ผ่านการออกแบบโดยใช้แผ่นโลหะบางเฉียบเพียง 0.3 มิลลิเมตร สร้างเป็นโมเดลประกอบ 3 มิติ ที่มาพร้อมระบบแสงสว่างล้ำสมัย พู่ห้อยที่แกว่งไหวได้ และการประดับไข่มุก ซึ่งกระบวนการผลิตต้องอาศัยเทคนิคขั้นสูง เช่น การเคลือบผิวแบบพิเศษและฟิล์มโปร่งแสงเพื่อให้โลหะมีความแวววาว
นายเย่จู่เวย รองผู้จัดการทั่วไปของ บริษัท เวยสือ คัลเจอร์ กล่าวว่า บริษัทมุ่งเน้นการปรับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความงามในยุคสมัยใหม่ โดยยังคงรักษาเสน่ห์ของวัตถุทางวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ ทั้งนี้ เฉพาะในปี 2025 มูลค่าการส่งออกสินค้าของแบรนด์พีซคูลสูงถึง 25 ล้านหยวน (ประมาณ 113 ล้านบาท) หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปรากฏการณ์ความนิยมของของเล่นเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญจาก “ผลิตในจีน” (Made in China) ไปสู่ “สร้างสรรค์ในจีน” (Created in China) โดยเมืองตงก่วนที่เคยได้ชื่อว่าเป็น “โรงงานของโลก” ปัจจุบันมีสัดส่วนการผลิตสินค้าดัดแปลงจากอนิเมะถึง 1 ใน 4 ของโลก และผลิตของเล่นป๊อปทอยเกือบร้อยละ 85 ของปริมาณการผลิตทั้งหมดในจีน โดยข้อมูลจากศุลกากรระบุว่า ในปี 2025 ตงก่วนส่งออกของเล่นไปยัง 131 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก คิดเป็นมูลค่าการส่งออกรวมกว่า 2.314 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 1.04 แสนล้านบาท)
ด้าน นายหวังเซียนชิ่ง หัวหน้าสถาบันวิจัยอุตสาหกรรมสมัยใหม่ มหาวิทยาลัยกว่างตง ไป๋อวิ๋น วิเคราะห์ว่า ความสำเร็จดังกล่าวมีรากฐานมาจากปรัชญาอันเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมจีน แบรนด์สินค้าจีนในปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่เพียงจำหน่ายสินค้า แต่ยังเป็นการแบ่งปันความงามและภูมิปัญญาตะวันออกสู่ผู้บริโภคทั่วโลก ที่ต้องการสัมผัสความหลากหลายทางอารยธรรมและคุณค่าทางจิตใจ
นายหวัง กล่าวทิ้งท้ายว่า อุตสาหกรรมของเล่นของตงก่วนสามารถบุกเบิกเส้นทางที่เป็นเอกลักษณ์ในตลาดสากลได้สำเร็จ ด้วยการผนวกทรัพย์สินทางปัญญาเชิงวัฒนธรรมดั้งเดิม เข้ากับการออกแบบที่ทันสมัย กระบวนการผลิตที่แม่นยำ และกลยุทธ์การตลาดระดับโลก ซึ่งจีนกำลังยกระดับจากสถานะโรงงานของโลก ก้าวสู่การเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมทางวัฒนธรรม และ “ไลฟ์สไตล์ คิวเรเตอร์” (Lifestyle Curator) หรือผู้คัดสรรประสบการณ์สุดพิเศษสำหรับผู้คนทั่วโลก
(แฟ้มภาพจากซินหัวเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2026 เผยให้เห็นบรรยากาศร้านค้าในตลาดค้าส่งนานาชาติอี้อู เมืองอี้อู มณฑลเจ้อเจียง ที่มีการวางจำหน่ายตุ๊กตายัดนุ่น “ม้าหน้าบึ้ง” ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับความนิยม)