
NER โชว์งบปี 68 กำไรทะลุ 1.88 พันล้าน เคาะปันผล 0.26 บ. ขึ้น XD 23 เม.ย.นี้
NER งบปี 68 แกร่ง กวาดกำไร 1,884.52 ล้าน โต 14% หนุนจากยอดขายพุ่ง ล่าสุดบอร์ดเคาะจ่ายปันผลเงินสด 0.26 บาท/หุ้น ขึ้น XD 23 เม.ย. 69 จ่าย 7 พ.ค. 69 ยันเหตุเพลิงไหม้ไร้ผลกระทบ
บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4 และงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิ ดังนี้
โดยบริษัทปริมาณขายรวม 475,430 ตัน เพิ่มขึ้น 36,251 ตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.25 เมื่อเทียบกับปี 2567 ส่งผลให้มีรายได้จากการขายรวม 30,240.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,792.08 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.17 แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 21,452.73 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 70.94 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 967.67 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.72 และรายได้จากการขายต่างประเทศ 8,787.69 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 29.06 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 1,824.41 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.20
รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว มาจากผลต่างด้านราคาที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 717.03 ล้านบาท และผลต่างด้านปริมาณเพิ่มขึ้น 2,075.05 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนขายรวมปี 2568 อยู่ที่ 27,313.51 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 90.32 ของรายได้จากการขาย โดยเป็นต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลือง 26,547.37 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 87.79 ของรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.49 ตามสัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบเมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย
สำหรับต้นทุนค่าแรงงานปี 2568 อยู่ที่ 170.48 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.56 เพิ่มขึ้น 23.30 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการผลิตอยู่ที่ 383.23 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.27 ของรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้น 35.35 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนขายเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 89.87 ในปี 2567 เป็นร้อยละ 90.32 ในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.45 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากร้อยละ 10.13 เหลือร้อยละ 9.68
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายอยู่ที่ 451.06 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.48 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 82.69 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางเพิ่มขึ้น 39.69 ล้านบาท ค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น 17.57 ล้านบาท ค่าระวางเรือขาออกเพิ่มขึ้น 8.73 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวกับการขายเพิ่มขึ้น 7.86 ล้านบาท และค่าคอมมิชชั่นเพิ่มขึ้น 8.84 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 252.89 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.83 ของรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้น 20.04 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.61 จากค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัย ค่าที่ปรึกษา และค่าใช้จ่ายกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม โดยบริษัทได้มอบเครื่องมือทางการเกษตรให้แก่วิสาหกิจชุมชนเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้คลังเก็บสินค้าสำเร็จรูปประเภทยางแท่ง (เฟส 1) ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อสินค้าสำเร็จรูป อาคารคลังสินค้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ภายในวันเดียว และเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการส่งมอบสินค้า โดยบริษัทมีการทำประกันภัยครอบคลุมสินค้าคงเหลือและสินทรัพย์ที่ได้รับความเสียหาย
ในปี 2568 บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 79.43 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.26 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 50.83 ล้านบาท และมีกำไรจากการวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์ 43.82 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.14 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 93.35 ล้านบาท จากการรับรู้ประมาณการผลขาดทุนทางบัญชีจากสัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าเพื่อบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 548.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.95 ล้านบาท หรือร้อยละ 16.83 จากดอกเบี้ยจ่ายตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ขณะที่ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลอยู่ที่ 60.14 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.20 ของรายได้จากการขาย ลดลง 4.84 ล้านบาท


