SSP ปิดดีลขายโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น “ยามากะ” 34.5 MW รับทรัพย์ 1 พันล้าน จ่อบุ๊กกำไรพิเศษ Q2 นี้

SSP แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดดีลขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ “ยามากะ” ประเทสญี่ปุ่น กำลังผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ มูลค่าราว 1,001 ล้านบาท หวังเสริมสภาพคล่องและรองรับการลงทุนโครงการใหม่


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 มีมติอนุมัติการจำหน่ายโครงการยามากะ ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น มีกำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ เข้าข่ายเป็นรายการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัท

ทั้งนี้ การเข้าทำรายการดังกล่าวดำเนินการผ่าน Surge Energy Corporation Limited (SEG) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในต่างประเทศของ SSP โดย SEG จะจำหน่ายสัดส่วนการลงทุนทั้งหมดจำนวน 90% ใน GK GSSE (GSSE) ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการยามากะ ให้แก่ PAG REN I HOLDINGS SG VCC และ Tsubasa Energy Assets s.r.o. ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจพลังงานทดแทนในประเทศญี่ปุ่น มูลค่ารวมของรายการอยู่ที่ 4,976.14 ล้านเยน หรือคิดเป็นประมาณ 1,001.30 ล้านบาท อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 7 เมษายน 2569

สำหรับโครงการยามากะ ตั้งอยู่ในจังหวัดคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น มีกำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 30 เมกะวัตต์ โดยมีระยะเวลาสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปี กับ Kyushu Electric Power Co., Inc. หรือ Kyuden ปัจจุบันอยู่ในสถานะดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว และไม่มีข้อจำกัดด้านปริมาณรับซื้อไฟฟ้า ขณะที่วันเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) คือวันที่ 30 พฤษภาคม 2563

SSP ระบุว่า ธุรกรรมดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2569 ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ การได้รับอนุมัติจากผู้ให้กู้ของโครงการยามากะ และการจัดเตรียมรวมถึงส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องระหว่างคู่สัญญาให้ครบถ้วน

บริษัทมองว่า เงินที่ได้รับจากการจำหน่ายสินทรัพย์ครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มเงินทุนหมุนเวียน รองรับการพัฒนาโครงการใหม่ตามแผนขยายธุรกิจ รวมถึงช่วยเสริมฐานะการเงินและสภาพคล่องโดยรวมให้แข็งแกร่งขึ้น ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

อย่างไรก็ดี เมื่อคำนวณขนาดรายการตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พบว่ารายการดังกล่าวมีขนาดสูงสุด 10.52% ตามเกณฑ์กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน อ้างอิงงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และเมื่อรวมรายการจำหน่ายสินทรัพย์ในช่วง 6 เดือนก่อนหน้าแล้ว

บริษัทยืนยันว่ามีขนาดรายการรวมต่ำกว่า 15% จึงไม่เข้าข่ายที่ต้องจัดทำรายงานและเปิดเผยสารสนเทศตามเกณฑ์รายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ หรือขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทเห็นควรเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอประกอบการตัดสินใจลงทุน

Back to top button