GFPT โชว์กำไรปี 68 โต 23% แตะ 2.4 พันลบ. หลังต้นทุนลด แจกปันผล 0.20 บาท/หุ้น

GFPT โชว์ผลงานปี 68 กำไรสุทธิพุ่งทะลุ 2,439 ล้านบาท โต 23.59% อานิสงส์ต้นทุนอาหารสัตว์ร่วง หนุนอัตรากำไรขั้นต้นกระฉูด ล่าสุดบอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.20 บาท/หุ้น เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD 4 มี.ค. นี้


บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4 และงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

โดยกลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิในปี 2568 จำนวน 2,439.40 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไร 1.95 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 465.58 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.59 จากปี 2567 ซึ่งเคยทำได้ 1,973.82 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทในปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 12.95 ของรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10.22 ในปี 2567 ขณะที่โครงสร้างเงินทุนของกลุ่มบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีความแข็งแกร่ง โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt to Equity Ratio) เท่ากับ 0.28 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.18 เท่า

ด้านรายได้จากการขายรวมในปี 2568 มีจำนวน 18,840.14 ล้านบาท ลดลง 473.94 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 2.45 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ของธุรกิจอาหารที่ลดลง 733.52 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 7.64) ซึ่งเป็นผลจากการส่งออกไก่แปรรูปที่ลดลง โดยโครงสร้างรายได้จากการขายรวมในปี 2568 แบ่งเป็น ธุรกิจอาหาร คิดเป็นร้อยละ 47.08, ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ร้อยละ 35.77 และธุรกิจอาหารสัตว์ ร้อยละ 17.15

สำหรับรายละเอียดแต่ละกลุ่มธุรกิจ รายได้จากธุรกิจอาหาร (ประกอบด้วยรายได้จากการส่งออกเนื้อไก่แปรรูปและเนื้อไก่สด ส่งออกทางอ้อมเนื้อไก่ตัดแต่ง การขายชิ้นส่วนไก่สดและผลพลอยได้ในประเทศ รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น ไส้กรอกไก่) มีจำนวน 8,870.03 ล้านบาท ลดลง 733.52 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 7.64 เทียบกับปี 2567 สาเหตุหลักมาจากปริมาณขายส่งออกไก่แปรรูปลดลง โดยในปี 2568 กลุ่มบริษัทมีปริมาณขายส่งออกสินค้าเนื้อไก่แปรรูปจำนวน 33,000 ตัน ลดลง 3,600 ตัน หรือลดลงร้อยละ 9.84 ส่วนใหญ่เป็นการลดลงจากการส่งออกไปยังประเทศอังกฤษ ส่วน รายได้จากธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์ (ประกอบด้วยการขายไก่เนื้อให้ GFN การขายลูกไก่ในประเทศ และขายไข่ไก่ Cage-Free) มีจำนวน 6,739.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 303.89 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.72 สาเหตุหลักจากรายได้การขายลูกไก่ที่เพิ่มขึ้นทั้งด้านปริมาณและราคา ขณะที่ รายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์ (ประกอบด้วยอาหารสัตว์บก สัตว์น้ำ และกุ้ง) มีจำนวน 3,231.05 ล้านบาท ลดลง 44.31 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 1.35 เนื่องจากปริมาณขายอาหารสัตว์น้ำลดลง

ด้านต้นทุน กลุ่มบริษัทมีต้นทุนขายรวมในปี 2568 จำนวน 15,759.11 ล้านบาท ลดลง 886.16 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 5.32 จากปี 2567 ส่งผลให้มีกำไรขั้นต้นในปี 2568 จำนวน 3,081.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 412.22 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.45 ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวลดลง ได้แก่ ข้าวโพด กากถั่วเหลือง และข้าวสาลี ทำให้อัตราส่วนต้นทุนขายในปี 2568 ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 83.65 ของรายได้จากการขาย (จากร้อยละ 86.18 ในปี 2567) และหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 16.35 จากร้อยละ 13.82 ในปี 2567 นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทมีกำไรก่อนหักค่าเสื่อม ดอกเบี้ย ภาษี และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 4,534.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 479.41 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.82 จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง โดยมี EBITDA Margin อยู่ที่ร้อยละ 24.07 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 21.00 ในปี 2567

ขณะที่รายได้อื่นของกลุ่มบริษัท (จากการให้เช่าอาคารชุด ที่พัก อาคารโรงงาน และอื่นๆ) มีจำนวน 363.89 ล้านบาท ลดลง 75.00 ล้านบาท หรือร้อยละ 17.09 ส่วนใหญ่ลดลงจากขาดทุนจากสัญญาอนุพันธ์ โดยคิดเป็นร้อยละ 1.89 ของรายได้จากการขายรวม ลดลงจากร้อยละ 2.22 ในปี 2567 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในปี 2568 มีจำนวน 1,468.94 ล้านบาท ลดลง 100.90 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.43 จากอัตราค่าขนส่งออกและปริมาณส่งออกไก่แปรรูปที่ลดลง โดยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 7.80 ของรายได้รวม ลดลงจากร้อยละ 8.13 ในปี 2567

ทางด้านส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมตามวิธีส่วนได้เสียในปี 2568 มีจำนวนรวม 825.30 ล้านบาท ลดลง 9.16 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.10 โดย บริษัท จีเอฟพีที นิชิเร (ประเทศไทย) จำกัด (GFN) มีส่วนแบ่งกำไร 187.31 ล้านบาท ลดลง 133.71 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 41.65 สาเหตุหลักจากปริมาณส่งออกไก่แปรรูปและราคาขายชิ้นส่วนไก่สดในประเทศลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัท แมคคีย์ ฟู้ด เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด (McKey) มีส่วนแบ่งกำไร 637.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124.54 ล้านบาท หรือร้อยละ 24.26 จากปริมาณส่งออกไก่แปรรูปปรุงสุกที่เพิ่มขึ้น

สำหรับต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) มีจำนวน 102.16 ล้านบาท ลดลง 17.25 ล้านบาท หรือร้อยละ 14.45 เนื่องจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินลดลง คิดเป็นร้อยละ 0.54 ของรายได้จากการขายรวม (ลดลงจากร้อยละ 0.62) และมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จำนวน 245.07 ล้านบาท ลดลง 20.90 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.86 โดยมีสาเหตุหลักจากการมีรายได้ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญ ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท จากมูลค่าที่ตราไว้ (Par) 1.00 บาท โดยเป็นการจ่ายจากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 4 มีนาคม 2569 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 5 มีนาคม 2569 โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 เมษายน 2569

Back to top button