
“เครือปตท.” ฟาดกำไรปี 68 ทะลุ 1.64 แสนล้านบาท! PTT แตะ 9 หมื่นลบ.–GPSC โตแรง 57%
“เครือปตท.” ประกาศกำไรปี 68 อยู่ที่ 164,554.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.78% พบว่ากำไร PTT แตะ 9 หมื่นล้านบาท ขณะที่ GPSC กำไรเติบโตแข็งแกร่ง 57%
ผู้สื่อข่าวรายงาน เครือปตท. ทั้งหมด 7 บริษัท อาทิ PTT, PTTEP, TOP, PTTGC, IRPC, OR และ GPSC ประกาศงบการเงินปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ออกมาครบถ้วนแล้ว พบว่ามีกำไรสุทธิรวม 164,554.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.78% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนมีกำไรสุทธิรวม 155,564.01 ล้านบาท มีดังนี้
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT รายงานผลประกอบการปี 68 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 90,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.10% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 90,072 ล้านบาท แม้ว่า EBITDA รวมทั้งปีจะอยู่ที่ 332,849 ล้านบาท ปรับลดลง 63,385 ล้านบาท หรือร้อยละ 16.0 สาเหตุที่กำไรสุทธิยังทรงตัวได้ เป็นผลจากการรับรู้ Non-recurring Items สุทธิเป็นกำไรราว 14,400 ล้านบาท โดยหลักมาจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน Lotus และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมจากการเข้าซื้อกิจการในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมจากการซื้อและควบรวมโรงกลั่นของกลุ่มเชลล์ในสิงคโปร์ของ TOP สวนทางกับปี 2567 ที่มีขาดทุนพิเศษ 4,400 ล้านบาท (จากด้อยค่า PTTAC สุทธิกับส่วนแบ่งกำไรขายเงินลงทุนใน AMOLH และกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ให้ PE LNG ของ PTTLNG)
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานปกติของปี 2568 ที่ชะลอตัว เป็นผลจากกลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รวมถึงกลุ่มปิโตรเคมีและการกลั่นที่เผชิญแรงกดดันจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และปริมาณขายที่ลดลง แม้ Market GRM จะเพิ่มขึ้น โดยในปี 2568 ปตท. มีผลขาดทุนสต๊อกน้ำมันสุทธิรวมราว 12,000 ล้านบาท (ลดลงจากปีก่อนที่ขาดทุน 13,000 ล้านบาท) นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติยังอ่อนตัวลงจากธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ ประกอบกับ PTTLNG มีการลดสัดส่วนถือหุ้นใน LMPT2 เหลือร้อยละ 50.0 เมื่อ 30 เม.ย. 2567 และ PTTNGD มีราคาขายที่ลดลงตามราคาอ้างอิง แม้ธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซฯ จะมีกำไรดีขึ้นจากการนำค่าปรับ Shortfall จำนวน 4,300 ล้านบาทมาคำนวณเป็นส่วนลดราคา Pool Gas ตามคำสั่ง กกพ. ในช่วงต้นปีก็ตาม
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP รายงานผลประกอบการปี 2568 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 60,273.15 ล้านบาท ลดลง 23.53% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 78,824.24 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 294,849 ล้านบาท โดยมีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 509,906 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการผลิตปิโตรเลียมของโครงการจี 1/61 (G1/61) ได้ที่ระดับ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันตามสัญญาแบ่งปันผลผลิตเต็มปี และความสำเร็จจากการเข้าลงทุนในโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18
ขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยอยู่ที่ 43.82 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ลดลงประมาณร้อยละ 6 ตามทิศทางการปรับตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 14,584.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 9,958.63 ล้านบาท เป็นผลมาจากค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูป ได้แก่ น้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล และน้ำมันเตา เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันดิบดูไบที่ขยายตัวดีขึ้น
ปัจจัยสนับสนุนมาจากภาวะอุปทานน้ำมันในตลาดโลกที่ตึงตัว อันเป็นผลจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่าง สหรัฐ และ รัสเซีย รวมถึงระดับสต๊อกน้ำมันเตาที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับปี 2567 ส่งผลให้ค่าการกลั่นโดยรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน กำไรขั้นต้นจากธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้น จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานและยางมะตอยเทียบกับน้ำมันเตา เนื่องจากอุปทานยังคงจำกัดต่อเนื่อง หลังผู้ผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานกลุ่มที่ 2 หลายรายเปิดดำเนินการล่าช้ากว่าที่ตลาดคาดการณ์
นอกจากนี้ บริษัทยังรับรู้กำไรพิเศษจากการซื้อคืนหุ้นกู้และการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการในสิงคโปร์ รวมมูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์บริหารโครงสร้างเงินทุน เพื่อลดภาระหนี้และเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินในระยะยาว
บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รายงานผลประกอบการปี 2568 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 11,303.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.45% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 7,650.31 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะอยู่ที่ 658,723 ล้านบาท ลดลง 65,235 ล้านบาท หรือลดลง 9.0% เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากกลุ่มธุรกิจ Mobility และกลุ่มธุรกิจ Global ที่รายได้ลดลง 10.2% และ 14.7% ตามลำดับ โดยเป็นผลมาจากราคาจำหน่ายเฉลี่ยต่อลิตรที่ปรับตัวลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับปริมาณจำหน่ายที่ลดลง โดยเฉพาะในประเทศกัมพูชาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC รายงานผลประกอบการปี 68 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.52% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 4,062.38 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากเงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ปรับลดลง
ทั้งนี้ เงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าอยู่ที่ 1,579 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,086 ล้านบาท หรือ 220% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า XPCL ที่ปรับตัวดีขึ้นตามปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จากปริมาณน้ำที่มากขึ้นในสาธารณรัฐประชาชนจีนและอิทธิพลของปรากฏการณ์ลานีญา
บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC รายงานผลประกอบการปี 68 บริษัทขาดทุนสุทธิ 3,571.43 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้น 31.23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 5,193.03 ล้านบาท โดยบริษัทมีกำไรขั้นต้นจากการกลั่นตามราคาตลาด (Market GRM) อยู่ที่ 14,505 ล้านบาท หรือ 5.94 เหรียญสหรัฐต่อ บาร์เรล เพิ่มขึ้น 3,371 ล้านบาท หรือ 1.55 เหรียญสหรัฐต่อ บาร์เรล เมื่อเทียบกับปี 2567
โดยหลักเพิ่มขึ้นจาก Market GRM ของกลุ่มน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน 1.04 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยมีสาเหตุหลักจากส่วนต่างราคาน้ำมันหล่อลื่นและยางมะตอยเทียบ กับน้ำมันเตาปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งโดยหลักเป็นผลจากการที่ราคาน้ำมันเตาปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบ นอกจากนี้ Market GRM ของกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.51 เหรียญ สหรัฐต่อบาร์เรล โดยหลักจากการที่ส่วนต่างราคาน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลเทียบกับราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามเหตุผลข้างต้น
อีกทั้งบริษัทมีรวมค่าใช้จ่ายปี 2568 อยู่ที่ 282.13 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 320.82 ล้านบาท
นอกจากนี้บริษัทมีรายการพิเศษดีขึ้นจากกำไรจากการด้อยค่าและจำหน่ายทรัพย์สิน 668 ล้านบาท เทียบปีก่อนขาดทุน และกำไรจากอนุพันธ์ทางการเงิน 271 ล้านบาท เทียบปีก่อนขาดทุน และมีกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 30 ล้านบาท เทียบปีก่อนขาดทุน
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC รายงานผลประกอบการปี 2568 บริษัทขาดทุนสุทธิ 14,600.39 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้น 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิมากถึง 29,810.55 ล้านบาท โดยการปรับตัวดีขึ้นของผลประกอบการมีสาเหตุหลักจาก ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงอย่างชัดเจน หลังบริษัทมีการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลง และช่วยพยุงผลขาดทุนสุทธิของบริษัทในปีดังกล่าว
นอกจากนี้ ในปี 2568 บริษัทรับรู้ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 1,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 200% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 383 ล้านบาท สะท้อนผลจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วงไตรมาส 4/2568 ทำให้บริษัทสามารถรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิได้เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกันผลขาดทุนสุทธิยังถูกหักกลบบางส่วนจาก การกลับรายการประมาณการหนี้สินจากค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของบริษัท PTTAC จำนวน 2,035 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้บันทึกไว้ในปี 2567 รวมถึงการกลับรายการ การด้อยค่าสินทรัพย์ของกลุ่มบริษัท Vencorex ส่งผลให้ภาพรวมผลขาดทุนของ PTTGC ในปี 2568 ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน


