BE8 โชว์รายได้ปี 68 แตะ 2.3 พันล้าน บอร์ดปันผล 0.04 บ. จ่อขึ้น XD 5 พ.ค.นี้

BE8 รายงานงบปี 68 กวาดรายได้แตะ 2.3 พันล้านบาท กำไรแตะ 56 ล้านบาท ด้านบอร์ดไฟเขียวปันผล 0.04 บาท เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 5 พ.ค.69 พร้อมรับทรัพย์วันที่ 22 พ.ค.69


บริษัท เบริล 8 พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ BE8 รายงานผลประกอบการปี 68 มีกำไรสุทธิลดลง ดังนี้

สำหรับ BE8 รายงานผลประกอบการปี 68 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 56.19 ล้านบาท ลดลง 63.63% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 154.51 ล้านบาท สาเหตุจากบริษัทมีรายได้รวม 2,390.69 ล้านบาท ลดลง 147.28 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยแม้รายได้จากงานด้านเทคโนโลยีสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิตจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ภาพรวมรายได้ทั้งปียังคงปรับตัวลดลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การลงทุนภาครัฐในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลที่มีความไม่แน่นอนทางการเมือง รวมถึงการลดลงของการลงทุนภาคเอกชน

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญ ในอัตรา 0.04 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ ได้กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 5 พ.ค.2569 กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 6 พ.ค.2569 และบริษัทมีกำหนดจ่ายเงินปันผลดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 22พฤษภาคม 2569

ด้านนายอภิเษก เทวินทรภักติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบริล 8 พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ BE8 ผู้นำธุรกิจให้บริการที่ปรึกษาด้าน AI-Powered Digital Transformation แบบครบวงจร เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 620.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.97% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สืบเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของงานด้านเทคโนโลยี ในกลุ่มลูกค้าธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต ทำให้มีกำไรสุทธิ 16.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.54% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

อย่างไรก็ตาม จากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่มีการชะลอตัว การลงทุนของภาครัฐ ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมือง และภาคเอกชนมีการลงทุนลดลง ทำให้รายได้รวมทั้งปี 2568 ของบริษัทและบริษัทย่อย อยู่ที่ 2,390.69 ล้านบาท ลดลง 5.80% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน และทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2568 อยู่ที่ 56.18 ล้านบาท ลดลงจำนวน 98.32 ล้านบาท หรือ 63.64% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเกิดจากรายได้ที่ลดลง ภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นกดดันราคาตลาด รวมถึงค่าใช้จ่ายในระยะเริ่มต้นของการขยายธุรกิจในต่างประเทศ

นายอภิเษก กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทมีการปรับกลยุทธ์และแนวทางการบริหารงานในหลากหลายมิติ ทั้งในด้านการสรรหานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเพิ่มรูปแบบผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและความต้องการของลูกค้า เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กรอย่างต่อเนื่อง รองรับการดำเนินธุรกิจท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ และเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต

สำหรับปี 2569 คาดว่าสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจยังคงมีความท้าทาย โดยในการวางแผนธุรกิจ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะองค์กรที่นำ AI มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ทั้งนี้ บริษัทและบริษัทย่อยได้มีการพัฒนาและลงทุนในผลิตภัณฑ์ด้าน AI เพื่อขับเคลื่อนความเป็นผู้นำด้าน AI-Powered Digital Transformation รองรับความต้องการของลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน เสริมศักยภาพการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

Back to top button