
BVG อวดรายได้ปี 68 แตะ 594 ลบ. ดันกำไรทะลุ 62 ล้านบาท เคาะปันผล 0.051 บ.
BVG อวดผลงานปี 2568 กำไรโต 20% แตะ 62.69 ล้านบาท รายได้รวม 594 ล้านบาท เพิ่ม 15% จากทุกกลุ่มธุรกิจหนุน บอร์ดเคาะปันผลครึ่งปีหลัง 0.051 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปี 0.081 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 66% ของกำไรสุทธิ เตรียมเสนอผู้ถือหุ้น 23 เม.ย.นี้ พร้อมส่งสัญญาณปี 2569 โตต่อ จ่อปิดดีลลูกค้ารายใหญ่-รุกต่างประเทศ
นางนวรัตน์ วงศ์ฐิติรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BVG หนึ่งในผู้นำในการดำเนินธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) ในประเทศไทย เปิดเผยถึงภาพรวมผลงานปี 2568 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิเติบโต 20% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 62.69 ล้านบาท รายได้จากการให้บริการรวมเติบโต 15% อยู่ที่ 594 ล้านบาท ตามการเติบโตที่ดีของทุกกลุ่มธุรกิจ
โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจให้บริการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ ด้านการรักษาพยาบาลและสินไหมทดแทน (บริการ TPA) โดย BVTPA ที่มีรายได้เติบโตขึ้น 15% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 259 ล้านบาท เนื่องจากเริ่มให้บริการ และมีรายได้จากลูกค้ารายใหญ่ ที่ได้ลงนามในสัญญาเมื่อช่วงปลายปี 2567 ที่ผ่านมา ส่วนกลุ่มธุรกิจการให้บริการแพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชั่น สำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) โดย BVG มีรายได้เติบโต 2% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 255 ล้านบาท ตามการเติบโตของปริมาณการใช้งานกลุ่ม Claim Settlement เป็นสำคัญ ซึ่งเป็นไปตามทิศทางการเติบโตของจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
ขณะที่ธุรกิจอื่นๆในกลุ่มบริษัท มีรายได้กว่า 80 ล้านบาท เติบโตขึ้น 95% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามการเติบโตของธุรกิจให้คำปรึกษาด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย โดย BVA และธุรกิจให้บริการนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ โดย BVTECH ที่ได้ให้บริการเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 17 เรื่องสัญญาประกันภัย (TFRS 17) เป็นสำคัญ
นางนวรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งภาพรวมในปี 2568 บริษัทมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวม 332 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 16% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักมาจากโครงการ TFRS17 ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นสำหรับปีจำนวนกว่า 17 ล้านบาท และค่าเสื่อมราคา Server ใหม่ที่ใช้รองรับการให้บริการลูกค้าที่ได้ลงทุนไปช่วงปลายปี 2567 เกือบ 3 ล้านบาท
ทั้งนี้ ล่าสุดคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ได้มีมติจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2568 จำนวน 0.051 บาทต่อหุ้น คิดเป็นวงเงิน 22.95 ล้านบาท รวมทั้งปี 2568 จ่าย 0.081 บาทต่อหุ้น คิดเป็นวงเงิน 36.45 ล้านบาท หรือราว 66% ของกำไรสุทธิ ซึ่งสูงกว่านโยบายจ่ายเงินปันผลที่กำหนดไว้ 40% ของกำไรสุทธิ โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 10 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจะนำเสนอขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น (AGM) ในวันที่ 23 เมษายน 2569
“แนวโน้มปี 2569 ยังมั่นใจเติบโตโดดเด่นได้ต่อเนื่อง หลังล่าสุดมีอีกหลายโปรเจ็คใหม่ที่เตรียมทยอยลงนามกับลูกค้ารายใหญ่ พร้อมทั้งยังเตรียมแผนเจรจาพันธมิตรรุกตลาดต่างประเทศเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเทศอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ที่ตลาดมีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง” นางนวรัตน์ กล่าว
