
“หุ้นเอเชีย” เปิดบวก รับแรงซื้อหุ้นเทค-เมินทรัมป์ขึ้นภาษี 15%
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก นำโดยฮั่งเส็งและเกาหลีใต้พุ่งทำนิวไฮ รับแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี แม้เผชิญความไม่แน่นอนหลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลก 15% สวนทางคำตัดสินศาลฎีกาสหรัฐฯ ที่เบรกอำนาจการใช้กฎหมาย IEEPA
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดทำการในแดนบวกเช้าวันนี้ (23 ก.พ.) แม้บรรยากาศการลงทุนจะยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากมาตรการด้านภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกา โดยดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดตลาดที่ระดับ 26,798.97 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 385.62 จุด หรือคิดเป็น +1.46% ขณะที่ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.17% ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปรับตัวพุ่งขึ้นถึง 1.7% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างหุ้น SK Hynix ที่พุ่งขึ้นกว่า 3% และหุ้น Samsung Electronics ที่บวกเพิ่มขึ้น 2% สำหรับตลาดหุ้นจีนยังคงปิดทำการในวันนี้เนื่องในเทศกาลตรุษจีน และจะกลับมาเปิดทำการตามปกติในวันพรุ่งนี้ ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการในวันนี้เช่นกัน เนื่องในวันพระราชสมภพของสมเด็จพระจักรพรรดิ
ด้านความเคลื่อนไหวในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ก.พ.) ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีมติด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 ประกาศยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยในคำตัดสินซึ่งมีความยาว 170 หน้า ศาลได้มีคำวินิจฉัยอย่างชัดเจนว่า กฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act: IEEPA) ไม่ได้ให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการกำหนดอัตราภาษีศุลกากรแต่อย่างใด ทั้งนี้ กฎหมายฉบับดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อใช้บังคับสำหรับมาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมกระแสเงินทุน ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ภาวะฉุกเฉินแห่งชาติอันเกี่ยวเนื่องกับภัยคุกคามจากต่างประเทศเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากศาลมีคำตัดสินออกมาเพียงวันเดียว ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตอบโต้ด้วยการประกาศว่าจะดำเนินการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศทั่วโลกสู่ระดับ 15% จากเดิมที่ระดับ 10% โดยให้มีผลบังคับใช้ในทันที พร้อมทั้งให้เหตุผลกล่าวอ้างว่า หลายประเทศทั่วโลกได้เอาเปรียบสหรัฐฯ มาเป็นระยะเวลานานหลายทศวรรษโดยที่ไม่เคยถูกดำเนินมาตรการตอบโต้