TWPC โชว์งบปี 68 พลิกกำไร 156 ลบ. เคาะปันผล 0.114 บ. XD 29 เม.ย.นี้

TWPC อวดงบปี 68 พลิกกำไร 156 ลบ. รับอานิสงส์กลยุทธ์อัปเกรดสินค้าพรีเมียมดันมาร์จิ้นทะยาน บอร์ดเคาะปันผล 0.114 บาท เตรียมขึ้น XD 29 เม.ย. 69 พร้อมลุยสยายปีกตลาดโลก


นายโฮ เรน ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ว่า บริษัทฯ สามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นและพลิกฟื้นกลับมาเติบโต (Turnaround) อย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งขึ้นร้อยละ 318 แตะระดับ 156 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน 71 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานทะยานขึ้นถึงร้อยละ 965 ด้านปริมาณการขายรวมเติบโตร้อยละ 7 และอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ขยายตัวจากร้อยละ 15 เป็นร้อยละ 21 ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย การยกระดับสินค้าสู่กลุ่มพรีเมียม (Premiumization) และการกระจายพอร์ตธุรกิจ

สำหรับโครงสร้างธุรกิจที่เป็นข้อได้เปรียบของ TWPC คือแพลตฟอร์มแบบ Multicore ซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลักที่ทำงานเสริมกันและกระจายตัวในระดับภูมิภาค ช่วยลดความผันผวนและขับเคลื่อนการเติบโต ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจอาหาร (Food) คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 28 ของรายได้รวม ทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์การเติบโตด้านผู้บริโภค มีรายได้เติบโตร้อยละ 8 แตะระดับ 2,558 ล้านบาท จากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน (RTE) และอาหารพร้อมปรุง (RTC) ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ

2.กลุ่มธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม หรือ Specialty (HVA) เป็นกลุ่มที่มีการเติบโตโดดเด่น ด้วยปริมาณขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และอัตรากำไรปรับตัวดีขึ้นถึง 720 basis points เมื่อเทียบกับปีก่อน ตามความต้องการสูตรส่วนผสมเฉพาะทางในอุตสาหกรรมเบเกอรี่ ผลิตภัณฑ์นม และขนมขบเคี้ยวทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก พร้อมวางแผนขยายตลาดสู่ยุโรปและตะวันออกกลางในปี 2569 และ 3.กลุ่มธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง (Native Starch) ยังคงเป็นเสาหลักที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้พอร์ตธุรกิจ ด้วยผลตอบแทนที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความแข็งแกร่งของกำไรที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งเงินทุนสำคัญสำหรับการลงทุนและขยายธุรกิจในกลุ่มที่มีการเติบโตสูง

ทั้งนี้ กลยุทธ์ Premiumization ของ TWPC เริ่มเห็นผลอย่างชัดเจนและกำลังเร่งตัวขึ้น โดยสัดส่วนสินค้าพรีเมียมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวถึง 630 basis points จากการปรับพอร์ตสินค้าอย่างเป็นระบบไปสู่กลุ่มมูลค่าสูงและมีความผันผวนต่ำ สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวในการผลักดันให้กลุ่มธุรกิจอาหาร (Food) และแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) มีสัดส่วนกำไรรวมมากกว่าร้อยละ 80 ภายในปี 2573 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของคุณภาพกำไรที่ดำเนินไปอย่างชัดเจนและทวีคูณ

โดยการปรับตัวดีขึ้นของมาร์จิ้นดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ปัจจัยตามวัฏจักร โดยต้นทุนขายที่ลดลงถึงร้อยละ 15 ช่วยสร้าง Operating Leverage ให้ธุรกิจสามารถขยายอัตรากำไรได้ทุกครั้งที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น หรือเมื่อสัดส่วนสินค้าพรีเมียมสูงขึ้น ขณะเดียวกัน การกระจายฐานการผลิตและตลาดในภูมิภาค CLMV ประเทศไทย และตลาดหลักในเอเชีย-แปซิฟิก ช่วยจำกัดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเป็นหลัก อีกทั้งกลุ่ม HVA ยังมีอำนาจในการกำหนดราคาสินค้าเฉพาะทางที่ไม่ผูกกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ส่งผลให้โครงสร้างธุรกิจมีความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.114 บาท สำหรับงวดดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 29 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 สะท้อนฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งขึ้นของบริษัท

“ผลงานในปี 2568 เป็นบทพิสูจน์ว่าโมเดลธุรกิจแบบ Multicore ของเราสามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริง บริษัทสามารถขยายอัตรากำไรขั้นต้นได้ถึง 630 basis points และทำให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 965 จากการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างมีวินัยว่าเราควรแข่งขันที่ไหนและอย่างไร ในปี 2569 บริษัทจะเร่งขยายกลุ่ม HVA สู่ตลาดเอเชีย-แปซิฟิกและยุโรป ขยายพอร์ตอาหารพรีเมียมสู่ระดับสากล และเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะบริษัทอาหารระดับโลก” นายโฮ เรน ฮวา กล่าว

Back to top button