
KPM ปิดจ๊อบขายหุ้นกู้ 3 บจ.เกลี้ยง ลุยแผนปี 69 รุกตราสารหนี้ครบวงจร
KPM โชว์ความสำเร็จปิดดีลเสนอขายหุ้นกู้ PTH, SGF และ RML เต็มจำนวนตามเป้า สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุน พร้อมกางแผนปี 69 รุกธุรกิจตราสารหนี้ครบวงจร เสิร์ฟ High Yield มาร์จิ้นงาม-หลักประกันชัวร์
นางสาวอรอนงค์ อินทรประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคพีเอ็ม จำกัด หรือ KPM Securities เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมในการทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ โดยได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้ลงทุนเป็นอย่างดี จนสามารถปิดการเสนอขายหุ้นกู้ได้เต็มทั้งจำนวนตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งประกอบด้วยการเสนอขายหุ้นกู้ของ 3 บริษัทจดทะเบียน ได้แก่ บริษัท ภัทรเฮ้าส์ แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ PTH, บริษัท เอสจีเอฟ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGF และบริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML
“ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อ บล.เคพีเอ็ม ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายที่มุ่งมั่นคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและให้อัตราผลตอบแทนที่เหมาะสม ซึ่งเรามีความตั้งใจที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำไปสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนของนักลงทุน” นางสาวอรอนงค์ กล่าว
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ในด้านต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร โดยมีรายละเอียดดังนี้:
1.ตราสารหนี้ตลาดแรก: บริษัทฯ มุ่งขยายฐานลูกค้านักลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) และนักลงทุนสถาบัน โดยเตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะหุ้นกู้ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูง (High Yield) ที่มีความเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุน และมีหลักประกันที่มีคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลงทุนในปัจจุบัน
2.ตราสารหนี้ตลาดรอง: เพื่อเป็นการเสริมสภาพคล่องให้แก่พอร์ตการลงทุน และเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้าลงทุนในหุ้นกู้ที่ไม่สามารถจองซื้อได้ทันในตลาดแรก
3.บริการนายทะเบียนหุ้นกู้และตัวแทนชำระเงิน
4.บริการผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้: โดยผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้จะปฏิบัติงานร่วมกับสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ได้แก่ Kudun & Partners และสำนักกฎหมาย Mediums เพื่อทำหน้าที่ดูแลรักษาผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นกู้ พร้อมทั้งตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้อย่างรัดกุม
“ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ของตลาดในปัจจุบัน ทำให้บริษัทหลักทรัพย์จำเป็นต้องมีความระมัดระวังและรอบคอบในการดำเนินงานในทุกๆ ขั้นตอน เพื่อรักษาและสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ลงทุน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KPM กล่าวทิ้งท้าย