
PIMO เคาะวงเงิน 30 ลบ. ซื้อหุ้นคืน 27 ล้านหุ้น ดีเดย์ 2 มี.ค.นี้
บอร์ด PIMO ไฟเขียวทุ่มงบไม่เกิน 30 ล้านบาท ซื้อหุ้นคืนผ่านกระดานสูงสุด 27 ล้านหุ้น หรือ 3.56% ดีเดย์ 2 มี.ค. – 1 ก.ย. 69 หวังบริหารสภาพคล่องส่วนเกิน ดันกำไรต่อหุ้นพุ่ง
บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) เพื่อบริหารทางการเงิน โดยอนุมัติวงเงินสูงสุดที่จะใช้ในการซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 30,000,000 บาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนมีจำนวนไม่เกิน 27,000,000 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท) คิดเป็นอัตราไม่เกินร้อยละ 3.56 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทซึ่งมีจำนวน 757,635,269 หุ้น
สำหรับการซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เท่านั้น โดยกำหนดระยะเวลาที่จะซื้อหุ้นคืนเป็นเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 1 กันยายน 2569 หลักเกณฑ์ในการกำหนดราคาหุ้นที่จะซื้อคืนนั้น จะต้องไม่เกินกว่าร้อยละ 115 ของราคาปิดเฉลี่ย 5 วันทำการซื้อขายก่อนหน้าวันที่ทำการซื้อหุ้นคืน ทั้งนี้ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา ราคาตลาดของหุ้นเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วันทำการ (ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม ถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569) มีมูลค่าเท่ากับ 1.04 บาทต่อหุ้น
เมื่อพิจารณาข้อมูล ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2568 บริษัทมีหุ้นที่ซื้อคืนไว้แล้วทั้งหมดจำนวน 24,793,300 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 3.27 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด ดังนั้น หากนับรวมจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนตามโครงการใหม่นี้ บริษัทจะมีหุ้นซื้อคืนสะสมรวมทั้งสิ้น 51,793,300 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 6.84 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด สำหรับกำหนดระยะเวลาจำหน่ายและตัดหุ้นที่ซื้อคืน บริษัทจะดำเนินการเสนอขายด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ ภายหลัง 3 เดือนนับแต่การซื้อหุ้นคืนเสร็จสิ้น แต่ต้องไม่เกิน 3 ปี โดยคณะกรรมการบริษัทจะพิจารณากำหนดระยะเวลาและแจ้งให้ทราบต่อไป
ด้านข้อมูลทางการเงินและสภาพคล่อง อ้างอิงจากงบการเงินฉบับตรวจสอบงวดล่าสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีกำไรสะสมส่วนที่ยังไม่ได้จัดสรรสูงถึง 370.97 ล้านบาท และไม่มีภาระหนี้สินกับสถาบันการเงินที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือน นอกจากนี้ บริษัทยังมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 132.53 ล้านบาท รวมกับสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น (เงินลงทุนในกองทุนเปิดตราสารหนี้) อีก 264.19 ล้านบาท รวมเป็นสภาพคล่องทั้งสิ้นประมาณ 396.72 ล้านบาท ซึ่งกระแสเงินสดส่วนเกินนี้เพียงพอต่อการซื้อหุ้นคืนตามโครงการอย่างแน่นอน
สำหรับการดำเนินการดังกล่าวมีเหตุผลสำคัญเพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) รวมถึงเพื่อเป็นการแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต ตลอดจนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคือผู้ถือหุ้นอาจได้รับอัตราผลตอบแทนและกำไรต่อหุ้นที่สูงขึ้น รวมถึงปริมาณหุ้นในตลาดที่ลดลงอาจช่วยลดความผันผวนและสร้างความเสถียรให้กับราคาหุ้น ในขณะที่บริษัทจะมีสินทรัพย์สภาพคล่องและมูลค่าตามบัญชีลดลงตามวงเงินที่ใช้เมื่อสิ้นสุดโครงการ
ส่วนข้อมูลการกระจายการถือหุ้น ณ วันที่ 12 มีนาคม 2568 บริษัทมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว 189,408,817.25 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 757,635,269 หุ้น โดยมีจำนวนผู้ถือหุ้นสามัญรายย่อย (Free float) คิดเป็นร้อยละ 46.82 ของทุนชำระแล้ว ขณะที่กลุ่มผู้ถือหุ้นที่เป็น Strategic Shareholder รวมจำนวน 12 ราย ถือหุ้นรวมกันร้อยละ 52.94 ของทุนชำระแล้ว (และมีสัดส่วนหุ้นที่ซื้อคืนในรายงานการกระจายหุ้นร้อยละ 0.23) สำหรับรายชื่อ Strategic Shareholder ประกอบด้วยบุคคลในตระกูลอิทธิโรจนกุลและผู้บริหาร นำโดยนายวสันต์ อิทธิโรจนกุล (รวมบุคคลที่เกี่ยวข้อง) ถือหุ้นรวมร้อยละ 24.70
