ก.ล.ต. ผนึก Google สั่งระงับแอปหลอกลงทุน ชูยุทธศาสตร์ 3CS สกัดมิจฉาชีพ

ก.ล.ต. ประสาน Google ปิดกั้นแอปพลิเคชันเถื่อนแอบอ้างเป็นโบรกเกอร์หลอกลงทุน โชว์ผลงานสกัดมิจฉาชีพเร็วสุดใน 7 นาที พร้อมชูยุทธศาสตร์ 3CS เตือนประชาชนเช็กข้อมูลก่อนโอน หากสงสัยโทร 1207 กด 22


สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เดินหน้าตรวจสอบและออกประกาศเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับกรณีที่มีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อเป็นบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) เพื่อหลอกลวงให้ลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน โดยล่าสุด ก.ล.ต. ได้ประสานความร่วมมือไปยังบริษัท Google เพื่อดำเนินการปิดกั้นแอปพลิเคชันดังกล่าว พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน หากมีความไม่แน่ใจสามารถโทรศัพท์ปรึกษาสายด่วนฯ ก.ล.ต. 1207 กด 22 หรือตรวจสอบรายชื่อผ่านระบบ Investor Alert

ทั้งนี้ ในปัจจุบันรูปแบบการหลอกลวงให้ลงทุนมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยมิจฉาชีพมักใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โฆษณาออนไลน์ หรือการส่งข้อความเพื่อชักชวนให้ลงทุน รวมทั้งมีการแอบอ้างชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียง บริษัทหลักทรัพย์ หรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เพื่อสร้างความไว้วางใจก่อนที่จะหลอกลวงให้ลงทุน ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการให้โอนเงินเข้าบัญชี การให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสำหรับการลงทุน หรือการทำธุรกรรมผ่านเว็บไซต์

จากกรณีล่าสุด ก.ล.ต. ได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการแอบอ้างเป็นบริษัทหลักทรัพย์ หรือนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อชักชวนให้ลงทุนในแอปพลิเคชันที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยว่าเข้าข่ายการหลอกลวง ทาง ก.ล.ต. จึงได้ดำเนินการตรวจสอบและเผยแพร่รายชื่อแอปพลิเคชันดังกล่าวบนระบบ Investor Alert พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เตือนภัยเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นผ่านช่องทาง Facebook Page ของ ก.ล.ต. นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังได้ประสานความร่วมมือไปยัง Google ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ซึ่งทาง Google ได้ดำเนินการปิดกั้นและนำแอปพลิเคชันหลอกลวงลงทุนดังกล่าวออกจากแพลตฟอร์มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการลดช่องทางการเข้าถึงของมิจฉาชีพ และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ก.ล.ต. เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาการหลอกลงทุนที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงและสร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยถือเป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหายสูงสุดเมื่อเทียบกับภาพรวมการหลอกลวงผ่านระบบคอมพิวเตอร์ของประเทศ ก.ล.ต. จึงมุ่งยกระดับการทำงานเชิงรุกผ่านสายด่วนแจ้งหลอกลงทุน ก.ล.ต. เพื่อเป็นช่องทางในการให้คำปรึกษาแก่ประชาชนและผู้ลงทุน ควบคู่ไปกับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการปิดกั้นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้แสวงหาประโยชน์ อันเป็นการจำกัดวงจรการหลอกลงทุนและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถประสานเพื่อปิดกั้นได้ภายในระยะเวลา 7 นาที ถึง 48 ชั่วโมง

แนวทางดังกล่าวมีความสอดคล้องกับพันธกิจ 3CS ของ ก.ล.ต. ซึ่งประกอบด้วย 1. Consultation การให้คำปรึกษาและรับแจ้งเหตุ 2. Communication การสื่อสารเตือนภัยร่วมกับพันธมิตร พร้อมจัดทำศูนย์รวมข้อมูล และ 3. Collaboration การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นช่องทางการหลอกลงทุนและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน” นางพรอนงค์ กล่าว

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ขอเน้นย้ำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการชักชวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์หรือแอปพลิเคชันที่ไม่คุ้นเคย ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าผู้ชักชวนหรือผู้ประกอบธุรกิจนั้น ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. หรือไม่ หากพบข้อเสนอที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ หรือมีการเร่งรัดให้ตัดสินใจโอนเงิน ควรตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่าอาจเป็นการหลอกลวง

อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนไม่แน่ใจว่าข้อเสนอเหล่านั้นเข้าข่ายการหลอกลงทุนหรือไม่ สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ไม่ใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้ผ่านระบบ Investor Alert บนเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. หรือสามารถค้นหารายชื่อผู้ให้บริการในตลาดทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. รวมถึงค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต (หลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล) เพื่อเป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจลงทุนผ่านระบบ SEC Check First ซึ่งมีให้บริการทั้งในรูปแบบแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. นอกจากนี้ ยังสามารถโทรปรึกษาได้ที่สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน โทร. 1207 กด 22 เพื่อรับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่โดยตรง

Back to top button