
ผ่าแผน TRUE ทรานส์ฟอร์มสู่ Telco-Tech ชู AI หั่นต้นทุน มุ่งเป้ากำไรโตกระโดด
ทรู คอร์ปอเรชั่น พลิกเกมสู่ Telco-Tech ชูขุมพลัง AI ทะลวงขีดจำกัดเดิม มุ่งปั้นกำไรยั่งยืนด้วยมาตรวัดใหม่ ARPA
นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญที่จะพลิกภาพจำของธุรกิจโทรคมนาคมที่เคยแข่งขันกันดุเดือดด้วยสงครามราคาและการแย่งชิงยอดผู้ใช้งาน สู่การทรานส์ฟอร์มองค์กรเป็นบริษัทเทคโนโลยี (Telco-Tech Company) อย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้ยุทธศาสตร์ 3 ปี “4 Big Moves” ที่ไม่ได้มองแค่การเติบโตฉาบฉวย แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อสร้างผลกำไรที่แข็งแกร่งและยั่งยืน
สิ่งสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาคือการที่นายซิกเว่ประกาศเปลี่ยนมาตรวัดความสำเร็จของธุรกิจ จากเดิมที่อุตสาหกรรมคุ้นเคยกับ ARPU (รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการ) ทรูได้หันมาโฟกัสที่ ARPA (Average Revenue Per Account) หรือการมองรายได้รวมจากลูกค้าหนึ่งบัญชีที่ใช้บริการหลากหลายรูปแบบ [3] ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทกำลังก้าวพ้นยุคของการเน้นเพียงยอดผู้ใช้บริการ (Subscriber Growth) สู่การมุ่งเน้นการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างแท้จริง
หัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนวิสัยทัศน์นี้คือการประกาศตัวเป็นองค์กร AI-First โดยทรูไม่ได้มองปัญญาประดิษฐ์เป็นเพียงแค่เทรนด์ แต่เป็นฟันเฟืองหลักที่จะถูกฝังเข้าไปในทุกมิติของการทำงาน ทั้งในแง่ของการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ (Cost Cutting & Efficiency) ทรูได้สร้างสิ่งที่เรียกว่า “Digital Twin” หรือการจำลองโครงข่ายเสมือนจริงให้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้า (Predictive Maintenance) ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าให้ราบรื่นไร้รอยต่อ แต่ยังช่วยลดกระบวนการทำงานแบบแมนนวล ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญและเพิ่มอัตรากำไรของบริษัทในระยะยาว
เมื่อหน้าบ้านแข็งแกร่ง ทรูจึงเดินหน้าเจาะตลาดใหม่เพื่อสร้างการเติบโต (Growth Engine) โดยเปลี่ยนสมรภูมิจากการเอาชนะใจลูกค้ารายบุคคล สู่ยุทธศาสตร์ Winning the Home หรือการรวบตึงไลฟ์สไตล์ของคนทั้งบ้านให้อยู่ในระบบนิเวศของทรู บริษัทได้นำเสนอโซลูชัน Smart Home ที่ล้ำหน้าไปกว่าแค่อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนคือระบบไฟอัจฉริยะที่ปรับอุณหภูมิสีตามนาฬิกาชีวิต (Biorhythm) เพื่อสุขภาพการนอนที่ดี หรือระบบแอร์ที่สั่งการเปิดอัตโนมัติเมื่อลูกค้าขับรถใกล้ถึงบ้าน ความฉลาดเหล่านี้จะทำงานผสานกับคลังคอนเทนต์ระดับโลกและคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟผ่าน TrueID และ TrueVisions Now ที่ใช้ AI เข้ามาวิเคราะห์แบบ Hyper-Personalization เพื่อนำเสนอสิ่งที่โดนใจสมาชิกแต่ละคนในบ้านอย่างแม่นยำ สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรและ SME ทรูก็ได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน “AI Hub” ที่รวบรวมบริการ AI กว่า 50 รายการไว้ในการสมัครสมาชิกเพียงครั้งเดียว เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยเร่งการเติบโตให้ภาคธุรกิจ
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากบุคลากรที่มีศักยภาพ ทรูจึงตั้งเป้าหมายติดอาวุธทักษะด้าน AI ให้พนักงาน 100% ภายในปี 2569 พร้อมทั้งพลิกโฉมวัฒนธรรมองค์กรให้มีความคล่องตัวและยืดหยุ่นเสมือนทำงานในบริษัทสตาร์ทอัพ เพื่อดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถให้อยากมาร่วมงาน นอกจากนี้ ทรูกำลังเจรจากับผู้พัฒนา AI ระดับโลกเพื่อมอบบริการ AI ที่เข้าถึงง่ายให้กับคนไทยกว่า 12 ล้านคน ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับประเทศ
นายซิกเว่ ยังมองว่า ในอนาคต คู่แข่งที่แท้จริงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงผู้ให้บริการโทรคมนาคมในประเทศอีกต่อไป แต่เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Line, Netflix, Google หรือ Apple อย่างไรก็ตาม ทรูกำลังมีความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยากจะเลียนแบบ นั่นคือการผสานพลัง (Synergy) กับเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ไม่ว่าจะเป็น 7-Eleven, Makro, Lotus’s, TrueMoney ไปจนถึงโครงการ Virtual Bank ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต
สำหรับประเด็นความกังวลของนักลงทุนต่อกรณีที่กลุ่ม CP และ Telenor มีการขายหุ้นออกมาบางส่วนเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง (Free Float) ในตลาดนั้น นายซิกเว่ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในตลาดจะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อทิศทางการบริหารของทรู โครงสร้างและการทำงานร่วมกับเครือข่ายบริษัทในกลุ่ม CP จะยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างเหนียวแน่นเช่นเดิม
สำหรับ ยุทธศาสตร์ “4 Big Moves” 3 ปีที่ครอบคลุมทั้งมิติของประสบการณ์ลูกค้า การเติบโต เทคโนโลยี AI และบุคลากรในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนถึงนักลงทุนว่า ทรู คอร์ปอเรชั่น ภายใต้การนำของนายซิกเว่ เบรกเก้ ได้เตรียมความพร้อมที่จะก้าวกระโดดออกจากกรอบธุรกิจเดิม มุ่งสู่การสร้างคุณค่าเพิ่มและผลกำไรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทแล้ว ยังเป็นการสานต่อความสามารถในการจ่ายเงินปันผลเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอีกด้วย

