
SA ชูแบรนด์ “มารี กีมาร์” เปิดตัวเมนูเอ็กซ์คลูซีฟ “ข้าวแช่ชาววัง 8 เครื่องเคียง”
SA ต้อนรับฤดูร้อน ส่งร้านอาหารไทย "มารี กีมาร์" ดีกรี Thai SELECT เปิดตัวเมนู "ข้าวแช่ชาววัง 8 เครื่องเคียง" รังสรรค์จากวัตถุดิบชั้นเลิศทั่วไทย พร้อมเสิร์ฟ 15 มี.ค.-15 พ.ค. 69
บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA ได้นำเสนอเมนูคลายร้อนแบบไทยแท้ผ่านธุรกิจร้านอาหารในเครืออย่าง “มารี กีมาร์” (Marie Guimar) ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกระทรวงพาณิชย์ อันเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพอาหารไทยแท้ในระดับสากล โดยในปีนี้ได้เปิดตัวเมนู “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์ 2569” เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารไทยชาววังผ่านความประณีตในทุกขั้นตอน รังสรรค์โดย “เชฟปิ๊ก” นายคณิน สินพันธ์ Executive Chef ของทางร้าน ที่ได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศจากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศมารังสรรค์เป็นสำรับอาหารฤดูร้อนที่งดงามทั้งรสชาติและเรื่องราว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเมนูประจำฤดูร้อนที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รอคอยของลูกค้าในทุกๆ ปี
ในโอกาสการเปิดตัวเมนูพิเศษนี้ นายอายุษกร อารยางกูร Group F&B Director บริษัท ไซมิส เทสท์ จำกัด พร้อมด้วยเชฟปิ๊ก ได้ร่วมให้การต้อนรับสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมสัมผัสเมนูข้าวแช่ตำรับพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารไทยโบราณผ่านการจัดสำรับอย่างพิถีพิถัน โดยข้าวแช่ในปีนี้ถูกจัดเสิร์ฟอย่างประณีตในภาชนะรักษ์โลกจากจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินท้องถิ่นที่สะท้อนความงดงามของศิลปหัตถกรรมไทย พร้อมจัดลำดับการรับประทานแบบโบราณที่แบ่งออกเป็น 3 สำรับอย่างลงตัว
สำหรับลำดับการรับประทานเริ่มต้นด้วยสำรับแรก ซึ่งเป็นของว่างคลายร้อนจากตำรับอยุธยา ได้แก่เมนูโบราณ “แตงโมหน้าปลาแห้ง” โดยทางร้านคัดเลือกแตงโมเนื้อหวานจากจังหวัดสุพรรณบุรี รับประทานคู่กับปลาแห้งที่ใช้ปลาช่อนแดดเดียวจากจังหวัดสิงห์บุรี นำมาย่างด้วยเตาถ่านก่อนโขลกให้ฟูและผัดจนแห้ง พร้อมปรุงรสอย่างกลมกล่อมด้วยน้ำตาลดอกมะพร้าวจากจังหวัดสมุทรสงคราม ดอกเกลือ และหอมเจียว
ลำดับถัดมาคือสำรับที่สอง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญอย่าง “ข้าวแช่ตำรับไทยพร้อมเครื่องเคียง 8 อย่าง” โดยเชฟปิ๊กเลือกใช้ข้าวพันธุ์ “เจ๊กเชย” จากจังหวัดสระบุรี ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหอมและเม็ดข้าวที่สวยงาม นำมาหุงอย่างพิถีพิถันก่อนแช่ในน้ำแร่จากอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ที่ผ่านการต้มและพักในโอ่งดินเผา จากนั้นนำไปลอยด้วยดอกไม้หอม 4 ชนิด ได้แก่ ชมนาด กระดังงาไทย กุหลาบมอญ และดอกมะลิ ก่อนจะทำการอบควันเทียนให้เกิดกลิ่นหอมละมุน โดยจะเสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงโบราณ 8 อย่าง ประกอบด้วย
ลูกกะปิหอมชุบไข่ทอด รับประทานคู่กระชายอ่อนแกะสลักเป็นดอกจำปา, หอมแดงสอดไส้ปลา, พริกชี้ฟ้าแห้งสอดไส้ปลา, พริกหยวกสอดไส้หมูผัดห่อไข่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของร้านมารี กีมาร์, ปลาช่อนแดดเดียวฉาบหวาน, ไชโป๊วผัดหวานน้ำมันหมู, หมูฝอยทอดกรอบ, ไข่เค็มชุบแป้งทอด รับประทานคู่มะม่วงเขียวเสวยและผักแนมตามตำรับ
ปิดท้ายสำรับด้วยของหวานฤดูร้อนอย่าง “ส้มฉุนมะยงชิด” ที่เลือกใช้มะยงชิดสดใหม่จากจังหวัดนครนายก โรยหน้าด้วยหอมเจียวและขิงอ่อนซอย เพื่อเพิ่มมิติรสชาติหวานอมเปรี้ยวและให้ความสดชื่นซึ่งเหมาะสำหรับฤดูร้อนเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ทางร้านยังมีบริการชุดตะกร้าข้าวแช่สำหรับซื้อกลับบ้าน สำหรับรับประทาน 2 ท่าน พร้อมขนมทองมารีจำนวน 1 กล่อง จำหน่ายในราคา 1,299 บาท
ทั้งนี้ เมนู “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์ 2569” แบบรับประทานที่ร้าน จะให้บริการในราคา 999++ บาทต่อสำรับ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม ถึง 15 พฤษภาคม 2569 ผู้ที่สนใจสามารถร่วมลิ้มลองสำรับข้าวแช่ตำรับไทยได้ที่ร้านอาหารมารี กีมาร์ ชั้น 28 โรงแรม Wyndham Bangkok Queen Convention Centre Hotel ซึ่งเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00–21.00 น. หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 090-234-5822 และเว็บไซต์ www.marieguimarbkk.com

