น้ำมันดิบ “เบรนท์” ทะลุ 108 เหรียญ รับศึก “อิสราเอล-อิหร่าน” ปะทุหนัก

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 108 ดอลลาร์ รับเหตุอิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่าน ขณะที่อิหร่านขู่ถล่มแหล่งพลังงาน 3 ชาติอาหรับ ด้าน “ซิตี้กรุ๊ป” เตือนหากบานปลายราคาอาจพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ทะลุระดับ 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ทะลุระดับ 99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภายหลังจากที่กองทัพอากาศอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีคลังเก็บก๊าซและน้ำมันขนาดใหญ่ของอิหร่าน ทั้งนี้ ณ เวลา 22.35 น. ตามเวลาประเทศไทย ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเมษายน ปรับตัวบวก 2.91 ดอลลาร์ หรือ 3.02% สู่ระดับ 99.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวบวก 5.47 ดอลลาร์ หรือ 5.29% สู่ระดับ 108.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

โดยสถานการณ์ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อสื่อของรัฐบาลอิหร่านได้เผยแพร่แถลงการณ์ระบุว่า สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเตรียมตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซในประเทศกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยระบุเป้าหมายอย่างเฉพาะเจาะจง ได้แก่ โรงกลั่นน้ำมันซามเรฟในซาอุดีอาระเบีย นิคมปิโตรเคมีจูบาอิล แหล่งก๊าซอัล-ฮัสซันในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงโรงงานปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมันในกาตาร์ ซึ่งคำขู่ดังกล่าวมีขึ้นหลังอิสราเอลโจมตีคลังเก็บก๊าซและน้ำมันของอิหร่านในแหล่งเซาท์พาร์สและอาซาลูเยห์ในวันนี้ อนึ่ง แหล่งก๊าซเซาท์พาร์สถือเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีการดำเนินงานร่วมกันระหว่างอิหร่านและกาตาร์

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อิสราเอลเปิดเผยว่า ปฏิบัติการโจมตีดังกล่าวมีการประสานงานร่วมกับสหรัฐอเมริกา โดยมีเป้าหมายหลักคือโรงงานก๊าซที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่านในจังหวัดบูเชห์ เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจอย่างยิ่งต่ออิหร่าน ส่งผลให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ออกคำเตือนด่วนให้ประชาชนอพยพออกจากแหล่งผลิตน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ โดยย้ำว่าสถานที่เหล่านี้จะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ทางด้าน ซิตี้กรุ๊ป (Citigroup) ได้ออกบทวิเคราะห์คาดการณ์ว่า หากเกิดการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วง 4-6 สัปดาห์ข้างหน้า อาจส่งผลให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกหายไปถึง 11-16 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 110-120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ ในกรณีที่สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น มีการหยุดชะงักเป็นเวลานาน หรือเกิดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในวงกว้าง ซิตี้กรุ๊ประบุว่าอาจทำให้ราคาน้ำมันเฉลี่ยในไตรมาสที่ 2 และ 3 พุ่งขึ้นถึง 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอาจทำจุดสูงสุดถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรืออาจทะยานไปถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหากรวมผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปเข้าไปด้วย

Back to top button