
“เงินบาท” เปิดเช้าอ่อนค่าแตะ 32.80 บ. รับเฟดคงดอกเบี้ย-PPI พุ่ง
เงินบาทเช้านี้เปิด 32.80 อ่อนค่ารับเฟดคงดอกเบี้ย 3.50-3.75% ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ “พาวเวล” หวั่นสงครามดันเงินเฟ้อ จับตาทิศทางฟันด์โฟลว์ ราคาทองคำโลกร่วงแตะ 4,840 ดอลลาร์ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้ที่ระดับ 32.39 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ภายหลังจากที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติ 11 ต่อ 1 เสียง ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้
ทางด้านนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ได้กล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า ความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงครามในอิหร่านอาจส่งผลให้ตัวเลขเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐฯ นอกจากนี้ เฟดยังระบุว่ากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในการรับมือกับความเสี่ยงที่ตลาดแรงงานจะเข้าสู่ช่วงขาลง ควบคู่ไปกับความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้การตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยดำเนินไปอย่างยากลำบาก ขณะที่การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดได้ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในปี 2569 และจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในปี 2570 ก่อนที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดจะแตะระดับเป้าหมายระยะยาวที่ 3.1% ซึ่งการส่งสัญญาณในลักษณะนี้ไม่มีความแตกต่างจากการประชุมเมื่อเดือนธันวาคม 2568
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ยังได้เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต โดย PPI ทั่วไป (Headline PPI) ที่รวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวพุ่งขึ้น 3.4% ในเดือนกุมภาพันธ์เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าตัวเลขที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 2.9% หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา สำหรับปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ ได้แก่ ทิศทางกระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทย ความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ราคาทองคำโลกได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4,840 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตลอดจนสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งนี้ ในส่วนของสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาตินั้น เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติทำการขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยจำนวน 1,572.82 ล้านบาท แต่มีการซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทยจำนวน 2,596 ล้านบาท
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินในวันนี้และกลยุทธ์การลงทุน ทีทีบีแนะนำกรอบค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเทียบเงินบาท (USD/THB) ที่ระดับ 32.60 – 32.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยแนะนำให้ทยอยซื้อที่ 32.60 และขายที่ 32.90 ส่วนกรอบค่าเงินยูโรเทียบเงินบาท (EUR/THB) อยู่ที่ 37.30 – 37.80 บาทต่อยูโร โดยแนะนำให้ซื้อที่ 37.30 และขายที่ 37.80 ขณะที่กรอบค่าเงินเยนเทียบเงินบาท (JPY/THB) อยู่ที่ 0.2030 – 0.2080 บาทต่อเยน โดยแนะนำให้ซื้อที่ 0.2030 และขายที่ 0.2080 นอกจากนี้ ยังประเมินกรอบค่าเงินปอนด์เทียบเงินบาท (GBP/THB) ไว้ที่ 43.20 – 43.70 บาทต่อปอนด์ และค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียเทียบเงินบาท (AUD/THB) ที่ 22.80 – 23.30 บาทต่อดอลลาร์ออสเตรเลีย

