
CH ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 10% บุกตลาด “สหรัฐ–ยุโรป” ยกระดับส่งออกตรง
CH ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 10% เร่งขยายฐานลูกค้าต่างประเทศในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ยกระดับการส่งออกตรง เพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น ขณะเดียวกันยังเดินหน้าพัฒนาสินค้าเพื่อสุขภาพ ควบคุมต้นทุน และเสริมสภาพคล่องทางการเงินในระยะยาว
นายประวิทย์ ศรีแสงนาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 19 มี.ค.69 ว่า ผลประกอบการปี 68 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 1,687.38 ล้านบาท อย่างไรก็ตามพลิกขาดทุนสุทธิ 17.82 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง รวมถึงผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
สำหรับทิศทางปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% โดยมุ่งรักษาฐานลูกค้าเดิม ควบคู่กับการขยายลูกค้าใหม่ในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป พร้อมเดินหน้าบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวด ภายใต้การปรับกลยุทธ์ของผู้บริหารชุดใหม่ เพื่อรับมือความท้าทายจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการแข่งขันด้านราคาในตลาดโลก
กลยุทธ์สำคัญมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยยกระดับโรงงานในกัมพูชาให้เป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกโดยตรงทั้งหมด (Direct Export) เพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น ลดความซับซ้อนทางบัญชี และใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการส่งออกไปยังยุโรป นอกจากนี้ บริษัทเดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่ในสหรัฐฯ และยุโรป รวมถึงรักษาความแข็งแกร่งของกลุ่มสินค้า Health Snack ในประเทศ
ด้านแผนระยะ 3 ปี (2569–2571) บริษัทปรับจุดเน้นจากการขยายกำลังการผลิตมาเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายใน โดยให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุน การบริหารสภาพคล่อง และการลดภาระหนี้สิน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา แม้กำลังซื้อผู้บริโภคยังแข็งแกร่ง แต่บริษัทยอมรับว่าการแข่งขันด้านราคาทวีความรุนแรงจากคู่แข่งในภูมิภาค ขณะเดียวกันค่าเงินบาทที่แข็งค่ากดดันอัตรากำไรขั้นต้น โดยประเมินว่ากระทบต้นทุนราว 3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม อัตราภาษีนำเข้าสินค้าภายใต้มาตรการ Section 301 ได้ปรับลดจาก 19% เหลืออัตราคงที่ 15% ซึ่งช่วยลดภาระต้นทุนทางอ้อม
ในด้านการดำเนินงาน โรงงานกัมพูชาถูกวางบทบาทใหม่เป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศปลายทางโดยตรงเต็มรูปแบบ โดยเน้นใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการรุกตลาดยุโรป พร้อมตั้งเป้าผลักดันสัดส่วนการส่งออกโดยตรงแตะ 100% เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัทเดินหน้าออกสินค้าใหม่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ กลุ่ม Super Bites เช่น Mango Bites และกลุ่ม Super Soft รวมถึงผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้งเคลือบช็อกโกแลต ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดและอยู่ระหว่างการขยายปริมาณการขาย
ขณะที่กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในประเทศ โดยเฉพาะสินค้าประเภทบ๊วยและลูกพรุนที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่องและมีอัตราการซื้อซ้ำสูงผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อ ขณะเดียวกันบริษัทยังมีแผนขยายช่องทางจัดจำหน่ายใน Modern Trade ของสหรัฐฯ ยุโรป และจีน เพิ่มประเทศละ 3–4 แห่ง
ส่วนการบริหารจัดการภายใน บริษัทมีแผนปรับลดค่าใช้จ่ายส่วน Back Office ลงราว 20 ล้านบาทในปี 2569 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมยืนยันว่าไม่มีความเสี่ยงด้านสินค้าคงคลังเสื่อมสภาพ แม้ระดับสต็อกสูงขึ้นเล็กน้อยจากการเตรียมการส่งออก แต่คาดว่าจะสามารถบริหารจัดการได้ภายในปีนี้
ในช่วง 3 ปีข้างหน้า บริษัทให้ความสำคัญกับการเสริมสภาพคล่องทางการเงิน โดยเร่งบริหารการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ ควบคุมระดับสินค้าคงคลัง และนำกระแสเงินสดไปชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แผนลงทุนขนาดใหญ่ยังไม่มีในระยะนี้ เนื่องจากกำลังการผลิตยังเพียงพอ แต่มีแผนลงทุนซื้อที่ดินและก่อสร้างคลังสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Storage) เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

