
CH ลุ้นครึ่งปีหลังฟื้น เดินหน้าคุมต้นทุน–รุกสินค้า Value-added ดันธุรกิจสุขภาพโต
CH คาดธุรกิจครึ่งปีหลังทยอยฟื้น รับดีมานด์ผลไม้อบแห้ง–ขนมสุขภาพโต เดินหน้าคุมต้นทุน เพิ่มสินค้า Value-added รุก Modern Trade และ E-commerce เสริมกำไรระยะยาว
นายประวิทย์ ศรีแสงนาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH ผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้และอาหารแปรรูป ได้แก่ ผลไม้อบแห้ง ปลากระป๋อง และขนมเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจไตรมาส 2/69 คาดทยอยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยสนับสนุนช่วงฤดูกาลขายในครึ่งปีหลัง รวมถึงผลจากการบริหารต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่เริ่มเห็นผลชัดเจนมากขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในโรงงาน มุ่งควบคุมต้นทุน เพิ่มอัตราผลผลิต และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นทุกภาคส่วน เพื่อรักษาความสามารถการทำกำไรท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่อง การบริหารเงินทุนหมุนเวียน และการควบคุมความเสี่ยงทางการเงินอย่างรอบคอบ เพื่อรองรับความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจในระยะต่อไป
นอกจากนี้ บริษัทยังมองเห็นโอกาสการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้ง จากตลาดในประเทศที่มีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมะม่วงอบแห้ง ขณะที่โรงงานในประเทศกัมพูชายังคงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการจัดหาวัตถุดิบและเพิ่มความยืดหยุ่นการบริหารห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งช่วยให้สามารถรองรับคำสั่งซื้อและบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง ยังมีแนวโน้มเติบโตที่ดีจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา เป็นผลจากการรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้าและมาตรฐานความปลอดภัยอาหารได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและมีคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการปรับโครงสร้างช่องทางจำหน่ายในประเทศ มุ่งเน้น Modern Trade และ E-commerce มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและยกระดับอัตราการทำกำไรในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมเพื่อสุขภาพยังถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มผลไม้อบแห้งชุบช็อกโกแลตและผลิตภัณฑ์ในกลุ่มขนมเพื่อสุขภาพที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการขยายช่องทางจำหน่ายสมัยใหม่ ซึ่งช่วยสนับสนุนการรับรู้แบรนด์และการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น
“บริษัทมีแผนปรับกลยุทธ์การขายและการตลาดให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างต้นทุนและสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนในกลุ่มสินค้า Value-added และการมองหาตลาดใหม่ๆ ซึ่งจากศักยภาพของธุรกิจอาหารและแนวโน้มความต้องการสินค้าเพื่อสุขภาพที่ยังเติบโตได้ดี จะช่วยผลักดันให้บริษัทสามารถเติบโตได้ในระยะยาว” นายประวิทย์ กล่าว
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวม 438.30 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 0.13 ล้านบาท
