
ราคาก๊าซยุโรปพุ่ง 16% หลังโรงงาน LNG กาตาร์ถูกโจมตี ท่ามกลางความขัดแย้งอิหร่าน
วิกฤตพลังงานโลกระอุ! ราคาก๊าซในยุโรปพุ่งทะยานแตะ 63.45 ยุโร บวก 8.788 ยุโร หรือ 16.08% หลังโรงงาน LNG หลักในอ่าวเปอร์เซียถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่าน กระทบห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลก ทำให้นักลงทุนกังวลว่าความไม่สงบจะลามสู่เส้นทางเดินเรือสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัญญาก๊าซธรรมชาติล่วงหน้าของยุโรปพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงแตะที่ระดับ 63.45 ยุโร บวก 8.788 ยุโร หรือ 16.08% ณ 18:05 น. ตามเวลาไทย สะท้อนถึงความเปราะบางของตลาดพลังงานยุโรปที่พึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เป็นหลัก หลังจากลดการนำเข้าผ่านท่อจากรัสเซียลง ความผันผวนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ดันราคาก๊าซให้สูงขึ้นกว่า 25% ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์ล่าสุดกลับยิ่งเป็นตัวเร่งวิกฤตการณ์พลังงานให้รุนแรงขึ้น
ชนวนเหตุสำคัญเกิดจากการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีโรงงาน LNG ขนาดใหญ่ ณ ราส ลัฟฟาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการส่งออกพลังงานที่สำคัญของโลก รายงานระบุว่าขีปนาวุธอย่างน้อยหนึ่งลูกตกใส่ตัวอาคาร ทำให้เกิดเพลิงไหม้และระบบปฏิบัติการต้องหยุดชะงักทันที ราส ลัฟฟานมีบทบาทสำคัญต่อการป้อนพลังงานเข้าสู่ตลาดยุโรปและเอเชีย หากความเสียหายยืดเยื้อ จะส่งผลให้อุปทานก๊าซทั่วโลกตึงตัวอย่างหนัก เนื่องจากเป็นฐานผลิตสัดส่วนใหญ่ของโลกที่ยากจะหาทดแทนในระยะสั้น
ความกังวลไม่ได้จำกัดเพียงความเสียหายของโรงงานเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงความปลอดภัยของการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการส่งออก LNG หากมีการปิดกั้นหรือเพิ่มมาตรการความปลอดภัยเข้มงวด การส่งมอบก๊าซอาจล่าช้า ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและภาวะเงินเฟ้อ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหนักของยุโรปที่ต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้