“หุ้นเอเชีย” เปิดลบ ตามวอลล์สตรีท กังวลเงินเฟ้อพุ่ง

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันที่ 20 มี.ค.69 ตามทิศทางวอลล์สตรีท หลังนักลงทุนกังวลราคาพลังงานพุ่งจากความตึงเครียดตะวันออกกลางจะเร่งเงินเฟ้อและกดดันธนาคารกลางสหรัฐชะลอการปรับลดดอกเบี้ย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 มี.ค.69) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (20 มี.ค.) ตามทิศทางตลาดวอลล์สตรีทที่ปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,337.28 จุด ลดลง 163.30 จุด หรือ -0.64% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,004.57 จุด ลดลง 1.98 จุด หรือ -0.05%

ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.27% ขณะที่ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดีดตัวขึ้นเกือบ 1%

ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันวสันตวิษุวัต (Vernal Equinox)

นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับคำเตือนของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด โดยเขากล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวันพุธ (18 มี.ค.) ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนเนื่องจากสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งขึ้นและทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ

อิหร่านได้เปิดฉากโจมตีนิคมอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน (Ras Laffan Industrial City) ของกาตาร์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อให้เกิดความเสียหายและคาดว่าจะส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานต่อเนื่องไปอีกหลายปี โดยอิหร่านได้โจมตีพื้นที่ดังกล่าวเพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส (South Pars) ของอิหร่าน

ซาอัด อัล-คาบี ซีอีโอของบริษัทกาตาร์เอเนอร์จี (QatarEnergy) กล่าวว่า การโจมตีของอิหร่านได้ทำให้ขีดความสามารถในการส่งออกก๊าซ LNG ของกาตาร์ลดลงถึง 17% เป็นระยะเวลา 3-5 ปี

การโจมตีตอบโต้กันไปมาต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซที่สำคัญทั่วตะวันออกกลางนั้น ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง

Back to top button