EU เตือนวิกฤต “ตะวันออกกลาง” ป่วนราคาพลังงาน เล็งปัดฝุ่นมาตรการฉุกเฉินรับมือ

สหภาพยุโรปเตือนความขัดแย้งตะวันออกกลางกระทบตลาดพลังงานยืดเยื้อ ดันก๊าซพุ่ง 70% น้ำมันทะยาน 50% เล็งปัดฝุ่นมาตรการฉุกเฉินคุมราคาและลดการใช้พลังงานแบบวิกฤตปี 2565 เพื่อรับมือผลกระทบ


สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า นายแดน ยอร์เกนเซน คณะกรรมาธิการพลังงานของสหภาพยุโรป (EU) ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับบรรดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป เพื่อหารือถึงการประสานงานรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

นายยอร์เกนเซน ระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มที่จะสร้างผลกระทบที่ยืดเยื้อต่อตลาดพลังงาน แม้ว่าการสู้รบจะยุติลงในวันรุ่งขึ้นก็ตาม เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลางได้รับความเสียหายอย่างหนัก

พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำว่าไม่มีแนวทางการรับมือแบบเดียวที่เหมาะสมกับทุกประเทศ จึงได้กระตุ้นให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปพิจารณาแนวทางการลดความต้องการใช้เชื้อเพลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบิน รวมถึงการดำเนินมาตรการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง

ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมชุดมาตรการเพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับช่วงที่เกิดวิกฤตพลังงานในปี 2565 โดยจะมีการนำมาตรการฉุกเฉินมาใช้ เช่น กลไกการกำหนดเพดานราคาก๊าซ, การจัดเก็บภาษีลาภลอยในภาคพลังงานบางส่วน และการมุ่งเน้นลดความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติ

ทั้งนี้ นายยอร์เกนเซน เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งยืดเยื้อมาเป็นเวลาราว 30 วัน ได้ส่งผลให้ราคาก๊าซในสหภาพยุโรปปรับตัวสูงขึ้นราวร้อยละ 70 ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นราวร้อยละ 50 สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลของสหภาพยุโรปพุ่งสูงขึ้นถึง 1.4 หมื่นล้านยูโร (ราว 5.3 แสนล้านบาท) แล้ว

(หมายเหตุ: แฟ้มภาพซินหัว เป็นภาพยานยนต์จอดติดไฟแดงใกล้กับสำนักงานใหญ่ของสหภาพยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม บันทึกไว้เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2024)

Back to top button