SSP รับทรัพย์ 1 พันลบ. ขายโซลาร์ฟาร์ม “ยามากะ” เคาะแจกปันผล 0.12 บ.

SSP ไฟเขียวขายโรงไฟฟ้าโซลาร์ "ยามากะ" ในญี่ปุ่น รับเงินสดทันที 1 พันล้านบาท หวังลดหนี้-ต่อยอดธุรกิจ พร้อมควักกระเป๋าจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.12 บาท/หุ้น ขึ้น XD 22 เม.ย.นี้


นายชยุตม์ หลีหเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ได้มีมติอนุมัติการจำหน่ายโครงการยามากะ ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น มีกำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ มูลค่า 4,976,142,536 เยน หรือเทียบเท่ากับ 1,001,304,377 บาท (อ้างอิงจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 7 เมษายน 2569 ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเท่ากับ 20.1221 บาทต่อ 100 เยน) ทั้งนี้การเข้าทำรายการดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จ ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569

สำหรับการทำธุรกรรมในครั้งนี้ส่งผลให้ SSP สามารถรับรู้กระแสเงินสดกลับเข้ามาทันทีราว 1 พันล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประเมินว่าผลตอบแทนที่ได้รับจากการเข้าทำรายการดังกล่าว จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน ทำให้มีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอสำหรับการต่อยอดและพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ซึ่งสอดรับกับแผนการขยายธุรกิจของบริษัทฯ พร้อมทั้งทำให้หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้น

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท/หุ้น  วันขึ้นเครื่องหมาย XD 22 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และเมื่อรวมกับเงินปันผลประจำปี 2568 ที่คณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น (AGM) พิจารณาอนุมัติ ในวันที่ 27 เมษายน 2569 อีก 0.205 บาทต่อหุ้น วันขึ้นเครื่องหมาย XD 5 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ทำให้ SSP มีปันผลสำหรับรอบผลประกอบการปี 2568 รวมทั้งสิ้น 0.325 บาทต่อหุ้น

ทั้งนี้ ภายหลังจากการขายโครงการยามากะ SSP ยังมีโครงการโซลาร์ฟาร์มที่ดำเนินการในประเทศญี่ปุ่นอีก 3 โครงการ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 56.0 เมกะวัตต์ ซึ่งมีสัญญา PPA 36 Yen/kWh เช่นเดียวกัน และเมื่อรวมกับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ อีก 276.8 เมกะวัตต์ ในประเทศไทย เวียดนาม มองโกเลีย และอินโดนีเซีย SSP จะมีกำลังการผลิตติดตั้งที่ 332.8 เมกะวัตต์

โดยในไตรมาส 4 ปีนี้ บริษัทยังตั้งเป้า COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการ ขนาด 19.8 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งเตรียม COD โซลาร์ฟาร์มในประเทศไทยอีก 3 โครงการ 108.6 เมกะวัตต์ และวินด์ฟาร์ม “บาโก” ประเทศฟิลิปปินส์ ขนาด 150 เมกะวัตต์ ในปี 2570 และยังมีแผนการ COD โครงการอื่น ๆ ต่อเนื่องจนถึงปี 2573 อีกกว่า 146.2  เมกะวัตต์ ซึ่งทั้งหมดจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตพลังงานหมุนเวียนของบริษัทฯ ในอนาคต

อนึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดราว 4,000 ล้านบาท ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจจากวิกฤตพลังงานที่ขาดแคลน และภาวะสงครามที่ส่งผลกระทบให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น และเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ยังมองหาโอกาสขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความพร้อมทั้งด้านแหล่งเงินทุน ตลอดจนการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน โดยคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล

Back to top button