
CP เปิด 4 กลยุทธ์ฝ่าวิกฤต “โลกผันผวน” ดึง AI หนุนธรรมาภิบาล ดันองค์กรโตยั่งยืน
"สุภกิต เจียรวนนท์" โชว์วิสัยทัศน์เวที CP CG DAY 2026 กาง 4 กลยุทธ์ฝ่าวิกฤตความไม่แน่นอน เน้นผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับธรรมาภิบาล มุ่งปั้นผู้นำเปี่ยมจริยธรรม ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน
นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) เปิดเผยวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “ยุคใหม่ของธรรมาภิบาล ผู้นำในโลกแห่งปัญญาและความไม่แน่นอน” ภายในงาน CP CG DAY 2026 “From Rules to Practice to Ethical Culture” ว่า ปัจจุบันโลกกำลังยืนอยู่ ณ จุดเริ่มต้นใหม่ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีขั้นสูงกำลังพลิกผันเศรษฐกิจและสังคม ประกอบกับสภาวะโลกร้อน ภูมิรัฐศาสตร์ และห่วงโซ่อุปทานที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้โลกมีความผันผวน เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และทำให้ “ความไม่แน่นอน” กลายเป็นความปกติใหม่ (New Normal) ที่ทุกภาคส่วนกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
ดังนั้น ในโลกที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ผู้นำองค์กรจะต้องเปิดรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า เช่น AI และหุ่นยนต์ เข้ามาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้นำก็ต้องมีธรรมาภิบาล ตลอดจนมีจิตวิญญาณที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และความกตัญญูกตเวทีควบคู่กันไปด้วย
ทั้งนี้ CP เชื่อมั่นว่าองค์กรที่จะประสบความสำเร็จในยุคใหม่ได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยขีดความสามารถหลัก 4 ด้าน ได้แก่ 1. ความสามารถในการใช้ปัญญาประดิษฐ์และการกำกับดูแลเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ 2. ความสามารถในการปรับตัว ปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับโลกที่ผันผวน 3. การมีวิสัยทัศน์ด้านการลงทุนและการจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัยและรอบคอบ ทั้งในธุรกิจปัจจุบันที่ดำเนินอยู่และธุรกิจใหม่ๆ ที่จะลงทุนในอนาคต และ 4. ความสามารถในการคัดสรรและพัฒนาผู้นำที่ “ดีและเก่ง” ซึ่งถือเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดขององค์กร โดย CP มุ่งเน้นการสร้างบุคลากรที่ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริต มีความกตัญญูกตเวที พร้อมเปิดรับนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร
นายสุภกิต กล่าวทิ้งท้ายว่า ท้ายที่สุดแล้วองค์กรต้องลงมือปฏิบัติจริง สามารถวัดผลและขยายผลได้ โดยต้องไม่หยุดยั้งที่จะนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยบริหารจัดการเพื่อให้ต้นทุนต่ำที่สุด ในขณะที่ยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้าและบริการที่ดีเยี่ยมไว้ได้ เนื่องจากองค์กรที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงสุด คือองค์กรที่สามารถสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ไปพร้อมๆ กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมมุ่งสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง
ด้าน นายธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทได้รับรางวัลด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG Award) ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการนำหลักบรรษัทภิบาลมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริง โดยบริษัทมีกลยุทธ์ขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่
ประการแรก ด้านโครงสร้างองค์กร (Structure) บริษัทได้มีการจัดทำจรรยาบรรณธุรกิจ (Code of Conduct) พร้อมทั้งสื่อสารให้พนักงานทุกคนในองค์กรรับทราบและยึดถือปฏิบัติโดยทั่วกัน
ประการที่สอง การสร้างระบบป้องกันและตรวจสอบ (Line of Defense) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย 1. ทีมบริหารความเสี่ยงและกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Risk Management & Compliance) เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจอยู่ภายใต้ระบบการควบคุมความเสี่ยงที่ดีและปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างถูกต้อง 2. ทีมตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบและรายงานผลการดำเนินงานตรงต่อคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) และ 3. ระบบการแจ้งเบาะแส (Whistleblowing) เพื่อส่งเสริมให้พนักงานสามารถรายงานสิ่งผิดปกติหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบได้โดยตรง
ประการที่สาม ด้านวัฒนธรรมองค์กร (Culture) ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สุด แม้บริษัทจะมีคู่มือจรรยาบรรณธุรกิจ แต่หากไม่ถูกนำไปใช้จริงก็จะไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้น บริษัทจึงมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนให้พนักงานนำหลักบรรษัทภิบาลไปบูรณาการเข้ากับการปฏิบัติงานในชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงแค่รับรู้ แต่ต้องฝังรากลึกไปถึงกระบวนการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ
ตัวอย่างที่สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างชัดเจนคือ การให้บริการสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Lending) เนื่องจากธุรกิจของบริษัทเกี่ยวข้องกับการเงิน การปล่อยสินเชื่อจึงต้องดำเนินไปอย่างมีจริยธรรม ไม่มุ่งแต่ปริมาณ โดยบริษัทเน้นการให้ข้อมูลและความรู้ที่ถูกต้องแก่ลูกค้า ปราศจากการหลอกลวง เพื่อให้ลูกค้ามีความเข้าใจที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจขอรับบริการสินเชื่อ
นายธัญญพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า รางวัล CG Award ถือเป็นเครื่องพิสูจน์และสะท้อนให้เห็นว่า บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ดำเนินธุรกิจมาในทิศทางที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่บริษัทต้องให้ความสำคัญก้าวต่อไปคือ “ความต่อเนื่อง” เพื่อรักษามาตรฐานและผลักดันให้บุคลากรนำหลักบรรษัทภิบาลไปใช้ในการปฏิบัติงานจริงอย่างยั่งยืนต่อไป
นายสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด หรือกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร (CPCRP) เปิดเผยว่า ตนรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่คณะกรรมการได้พิจารณาให้กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจรได้รับรางวัลประเมินผลในระดับโกลด์ (Gold)
ในฐานะผู้นำองค์กร สิ่งที่พยายามถ่ายทอดให้แก่บุคลากรทุกคนประกอบด้วย 3 ประการหลัก ได้แก่ 1. การส่งเสริมให้ทุกคนคิดในสิ่งที่ดี โดยเชื่อมั่นว่าในการทำงานทุกคนย่อมรู้ว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ดี 2. เมื่อมีโอกาสปฏิสัมพันธ์กัน ควรพูดและสื่อสารในสิ่งที่ดีออกมา และ 3. การลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งสอดคล้องกับหลักการสากลของการดำเนินงานด้านธรรมาภิบาล ที่ประกอบไปด้วยการปฏิบัติตามกฎระเบียบ การลงมือทำ และธรรมาภิบาลซึ่งล้วนเป็นเรื่องเดียวกัน โดยหากทุกคนตระหนักรู้ พูด และปฏิบัติในสิ่งที่ดีจนเกิดความเคยชิน สิ่งเหล่านั้นก็จะหล่อหลอมกลายเป็นวัฒนธรรมในที่สุด
นายสุเมธ กล่าวเพิ่มเติมว่า วัฒนธรรมอันดีงามนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ภายในองค์กรเท่านั้น แต่หากมีการถ่ายทอดหลักคิดนี้ไปยังสังคมและคนรอบข้างอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้วัฒนธรรมที่ดีแพร่กระจายไปในวงกว้าง ดังเช่นตัวอย่างจากคลิปวิดีโอรณรงค์เรื่องการจัดการขยะ รวมถึงกรณีศึกษาในบางประเทศที่สามารถแก้ไขพฤติกรรมการถ่มน้ำลายให้เปลี่ยนไปได้ภายในระยะเวลาเพียง 7 วัน โดยเริ่มต้นจากการมีกฎระเบียบ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติอย่างจริงจัง จนสามารถสร้างเป็นวัฒนธรรมใหม่ได้สำเร็จ
ทั้งนี้ องค์กรมีความตั้งใจและเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า การมุ่งมั่นทำสิ่งที่ดีจะสามารถพัฒนาให้กลายเป็นวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งของเจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วสได้อย่างแน่นอน
ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยว่า ในฐานะตัวแทนของบริษัท รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลเกียรติยศในครั้งนี้
ทั้งนี้ TRUE ถือเป็นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี (Tech Company) ที่ให้ความสำคัญและยึดมั่นในเรื่องของการมีธรรมาภิบาล (Corporate Governance) มาอย่างสม่ำเสมอ โดยถือเป็นเสมือนดีเอ็นเอ (DNA) หลักในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท
ดังนั้น TRUE จึงมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันและดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนความเจริญก้าวหน้าให้ครอบคลุมทั้งองค์กร ตลอดจนมุ่งหวังที่จะส่งต่อคุณค่าและแนวทางปฏิบัติที่ดีนี้ไปยังเพื่อนพนักงานทุกคน และส่งมอบบริการที่โปร่งใสไปยังลูกค้าทุกคนสืบต่อไป
