แรงซื้อหุ้น DELTA-บิ๊กแคป ดัน SET เช้ารีบาวด์ 9 จุด

“ดัชนีหุ้นไทย” เช้านี้เด้งกลับ 9 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคฯ นำโดย DELTA และหุ้นบิ๊กแคป ฟากโบรกแนะจับตาประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรกถกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงงบไตรมาส 1 และผลประชุมธนาคารกลางพุธนี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย ณ เวลา 10:00 น. อยู่ที่ 1,465.30 จุด เพิ่มขึ้น 9.20 จุด หรือ 0.63% สูงสุดที่ 1,468.11 จุด ต่ำสุดที่ 1,464.73 จุด มูลค่าการซื้อขาย 3,956.63 ล้านบาท

ด้าน นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวออกด้านข้าง (Sideways) โดยภาพรวมการลงทุนยังคงถูกกดดันจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีพัฒนาการในเชิงบวก อย่างไรก็ตาม เริ่มพบแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งหากไม่นับรวมปัจจัยด้านสงคราม ตลาดหุ้นยังคงให้ความสำคัญกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์เป็นหลัก

สำหรับความเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในประเทศ แม้ว่า บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA จะยังคงเคลื่อนไหวได้ไม่มากนักเนื่องจากติดเกณฑ์บัญชีแคชบาลานซ์ (Cash Balance) แต่คาดว่าจะมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นตัวอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน อาทิ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA, บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE และ บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CCET

ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศที่น่าจับตาในวันนี้ คือ การประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ซึ่งคาดว่าจะมีการพิจารณามาตรการ “ไทยช่วยไทย Plus” โดยหากที่ประชุมมีมติเห็นชอบในวันนี้ ก็จะดำเนินการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหญ่ในวันพรุ่งนี้ต่อไป

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ ยังคงแนะนำให้เป็นการลงทุนแบบเลือกลงทุนเป็นรายตัว (Selective Buy) โดยเน้นเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีผลประกอบการดี และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามอย่างจำกัด โดยประเมินแนวรับของดัชนีไว้ที่ 1,450 จุด และมีแนวต้านที่ 1,460 – 1,465 จุด

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยว่ามีแนวโน้มแกว่งตัวในทิศทางขาลง (Sideways-down) โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขยับสูงขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความคลุมเครือ แม้ว่าทางการสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะระบุว่ายังไม่มีการวางแผนจัดการประชุมใด ๆ ในระยะนี้ แต่ตลาดประเมินว่าสงครามจะไม่กลับมาปะทุขึ้นในทันที

ส่วนประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ คือการประชุมของธนาคารกลางหลักหลายแห่ง รวมถึงการรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มภาคการผลิตจริง (Real Sector) ขณะที่ปัจจัยในประเทศวันนี้ แนะนำให้จับตาการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) นัดแรก เพื่อพิจารณาแนวนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ในแง่ของมุมมองทางเทคนิค บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินว่า หากดัชนีปรับตัวหลุดระดับแนวรับที่ 1,450 จุด ตลาดมีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงได้ต่อในระยะถัดไป

Back to top button