GBS คาด SET ผันผวนกรอบ 1,420-1,470 จุด แนะหลบภัย “หุ้นยางพารา” หลังราคาพุ่ง

GBS ประเมิน SET สัปดาห์นี้แกว่ง 1,420-1,470 จุด กังวลสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านยืดเยื้อ ดันราคาน้ำมันพุ่ง จับตา กนง. คงดอกเบี้ย 1% และคลังเล็งออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนลบ. แนะสะสมหุ้นยางพาราเด่น


นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ว่า มีโอกาสแกว่งตัวผันผวน โดยประเมินกรอบดัชนีไว้ที่ระดับ 1,420-1,470 จุด เนื่องจากมีปัจจัยกดดันจากสัญญาณการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านที่ยังคงชะงักงัน ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่าสงครามจะยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันต้นทุนพลังงานในวงกว้าง

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังมีประเด็นที่สร้างความกังวลเพิ่มเติม หลังผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะยังคงตรึงกำลังปิดล้อมท่าเรืออิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าจะบรรลุข้อตกลงร่วมกัน ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงว่ากองกำลังได้เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับอิหร่านในมหาสมุทรอินเดีย นอกจากนี้ ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นแตะระดับ 214,000 ราย ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

สำหรับผลกระทบในประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่น SME ในเดือนมีนาคมปรับตัวลดลงจากภาระต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น พร้อมประเมินว่าหากสงครามยืดเยื้อ ธุรกิจ SME กว่า 80% จะอยู่รอดได้ไม่เกิน 6 เดือนเนื่องจากมีสายป่านทางการเงินที่จำกัด

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเชิงบวก ทั้งสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สะท้อนผ่านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นเดือนเมษายน ซึ่งปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.0 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 เดือน ส่วนความเคลื่อนไหวในประเทศ กระทรวงการคลังกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อรองรับวิกฤตเร่งด่วน โดยคาดว่าจะดำเนินการได้ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม 2569 ซึ่งยังคงยึดกรอบวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ปัจจุบันหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ระดับ 66% ของ GDP ทำให้รัฐบาลยังมีช่องว่างในการบริหารจัดการอีกเกือบ 8 แสนล้านบาทก่อนที่จะชนเพดาน 70%

ทางด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.00% ต่อปี ในการประชุมวันที่ 29 เมษายนที่จะถึงนี้ เพื่อประเมินผลกระทบจากสถานการณ์โลกอย่างรอบด้าน ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของธนาคารกลางหลักหลายแห่งทั่วโลก

สำหรับปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์นี้ ในประเทศจะมีการแถลงยอดผลิตและส่งออกยานยนต์จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในวันที่ 27 เมษายน รวมถึงการประชุม กนง. เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันที่ 29 เมษายน และการรายงานภาวะเศรษฐกิจจากธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังในช่วงปลายเดือน ตลอดจนการทยอยรายงานผลประกอบการในช่วงไตรมาสแรกของบริษัทจดทะเบียน

ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ต้องจับตา ได้แก่ การรายงานกำไรภาคอุตสาหกรรมของจีน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ และยุโรป รวมถึงการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 28 เมษายน และไฮไลต์สำคัญคือการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในวันที่ 28-29 เมษายน ซึ่งตลาดจะทราบผลการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในช่วงเช้าของวันที่ 30 เมษายนนี้

นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย GBS แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวก โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจยางพาราที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากราคายางพาราในตลาดโลกที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในช่วงสัปดาห์นี้ ได้แก่ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA, บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER, บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TRUBB และ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH

Back to top button