
“หุ้นเอเชีย” เช้านี้บวกเด่น! เกาหลี-ไต้หวันพุ่งกว่า 3% จับตาแผน “ทรัมป์” ช่วยเรือฮอร์มุซ
“ตลาดหุ้นเอเชีย” เช้านี้บวกเด่น! เกาหลี-ไต้หวันพุ่งกว่า 3% ขณะที่จีนและญี่ปุ่นปิดทำการเนื่องในวันหยุด นักลงทุนจับตา “โดนัลด์ ทรัมป์” เปิดแผน Project Freedom ช่วยเหลือเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 พ.ค. 2569) ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวในทิศทางบวกเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ อยู่ที่ระดับ 6,818.63 จุด เพิ่มขึ้น 219.76 จุด หรือ 3.33%
ขณะที่ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน อยู่ที่ระดับ 40,215.20 จุด เพิ่มขึ้น 1,288.57 จุด หรือ 3.31% สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้ามาอย่างโดดเด่นในตลาดหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นขนาดใหญ่ของภูมิภาค
ด้านดัชนี STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ อยู่ที่ระดับ 4,951.16 จุด เพิ่มขึ้น 38.47 จุด หรือ 0.78% และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย อยู่ที่ระดับ 1,727.57 จุด เพิ่มขึ้น 5.55 จุด หรือ 0.32% ขณะที่ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยดัชนี XAO อยู่ที่ระดับ 8,949.60 จุด ลดลง 5.10 จุด หรือ 0.06%
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นจีนปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันแรงงาน ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการเนื่องในวันสีเขียว ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายในภูมิภาคบางส่วนเบาบางลง โดยนักลงทุนยังคงติดตามปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและท่าทีของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ (3 พ.ค.) ว่า สหรัฐฯ เตรียมเดินหน้าภารกิจช่วยเหลือเรือสินค้าที่ติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าวถูกปิดกั้นจากความขัดแย้งกับอิหร่าน
ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านTruth Socialว่า ปฏิบัติการภายใต้ชื่อ “Project Freedom” จะเริ่มขึ้นในวันจันทร์ (4 พ.ค.) โดยมีเป้าหมายช่วยนำเรือพลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งออกจากพื้นที่พิพาทอย่างปลอดภัย เพื่อให้สามารถกลับไปดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ
ทรัมป์ระบุว่า ได้สั่งการให้ผู้แทนของสหรัฐฯ แจ้งต่อเจ้าของเรือว่ารัฐบาลจะพยายามอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือลูกเรือและเรือให้หลุดพ้นจากพื้นที่อันตราย อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยืนยันว่าจะยังไม่กลับมาเดินเรือในเส้นทางนี้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีดำเนินการ หรือบทบาทของกองทัพสหรัฐฯ ในภารกิจดังกล่าว ขณะที่ยังไม่ชัดเจนว่าอิหร่านจะยอมให้ปฏิบัติการเกิดขึ้นโดยไม่ขัดขวางหรือไม่ รวมถึงกรอบเวลาการเปิดเส้นทางเดินเรือ
ผู้นำสหรัฐฯ ย้ำว่าปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายด้านมนุษยธรรม ไม่ได้มุ่งฟื้นเสรีภาพการเดินเรือโดยตรง แต่เพื่อช่วยเหลือประเทศและบริษัทที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง พร้อมระบุว่าอิหร่านได้ขัดขวางการเดินเรือผ่านการโจมตีและการวางทุ่นระเบิดในพื้นที่
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่า หากอิหร่านยอมให้เรือที่ติดค้างออกจากพื้นที่ได้ จะเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการเจรจาสันติภาพ แต่ก็เตือนว่าหากมีการขัดขวาง ปฏิบัติการด้านมนุษยธรรมนี้อาจต้องตอบโต้ด้วยกำลัง


