
TTB คงเป้าสินเชื่อ SME โต 0-2% ลุยปล่อยกู้ Smart Plus 6 พันล้าน ฝ่าศก.ผันผวน
TTB คงเป้าสินเชื่อ SME โต 0-2% พร้อมคุมเข้มคุณภาพหนี้เสียให้อยู่ในระดับต่ำ ภายใต้ความไม่แน่นอนสูงทางเศรษฐกิจ ล่าสุด เดินหน้าปล่อยกู้ผ่าน "ttb sme smart plus" ตั้งเป้าหมาย 6 พันล้าน รับมือเศรษฐกิจผันผวน
นายพีรพงษ์ นิธิไกรวุฒิ ประธานกลุ่มกลยุทธ์ลูกค้าธุรกิจ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยว่า ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อเอสเอ็มอี (SME) ในปี 2569 ไว้ที่ระดับ 0-2% โดยเชื่อว่ามาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งโครงการ SME Credit Boost Soft Loan และ GSB Soft Loan จะช่วยผลักดันสินเชื่อให้ขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้เศรษฐกิจยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนรอบด้าน
ทั้งนี้ ธนาคารมุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการใน 6 อุตสาหกรรมหลัก ภายใต้โครงการ Reinvent Thailand ผ่านโซลูชัน “ttb sme smart plus” โดยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อในโครงการดังกล่าวปีนี้ไว้ที่ 6,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพและเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
นายพีรพงษ์ กล่าวว่า แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะยังมีความเข้มข้นและผันผวนสูง แต่ธนาคารยังเดินหน้าบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และควบคุมหนี้เสียให้อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยปลดล็อกศักยภาพธุรกิจ SME ให้สามารถรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยให้พอร์ตสินเชื่อโดยรวมยังเติบโตได้ตามเป้าหมาย
“ปีนี้ถือเป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับ SME ไทย ผู้ประกอบการไม่ได้มองแค่การเติบโต แต่ต้องบริหารธุรกิจท่ามกลางความไม่แน่นอนรอบด้าน สิ่งสำคัญที่ทำให้ผลลัพธ์ของแต่ละธุรกิจแตกต่างกัน คือระดับความพร้อมภายในองค์กร” นายพีรพงษ์ กล่าว
นายพีรพงษ์ กล่าวว่า สำหรับผลสำรวจของทีทีบียังพบว่า 87% ของ SME ไทยเริ่มใช้เครื่องมือดิจิทัลในการบริหารธุรกิจ และ 59% มีการนำ AI มาประยุกต์ใช้แล้ว อย่างไรก็ตาม มากกว่า 58% ของธุรกิจยังมีรายได้ทรงตัวหรือปรับลดลง ขณะที่กลุ่มธุรกิจที่ยังเติบโตได้ ส่วนใหญ่ขยายตัวเพียง 5-10% สะท้อนว่าการปรับตัวเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากขาดการบริหารความเสี่ยงและทิศทางธุรกิจที่ชัดเจน
ขณะเดียวกัน พบว่า กลุ่มผู้ประกอบการที่สามารถเติบโตได้อย่างโดดเด่น มักเป็นธุรกิจที่มี “Growth Mindset” หรือแนวคิดที่พร้อมเติบโต มีการนำดิจิทัลและ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการตัดสินใจทางธุรกิจ รวมถึงมีระบบบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน ทำให้สามารถรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจได้ดีกว่าธุรกิจทั่วไป
ด้านนางกนกพร จูฑา ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB กล่าวว่า ปัจจุบันโจทย์สำคัญของ SME ไม่ใช่เพียง “การอยู่รอด” แต่คือ “การเติบโตอย่างมีทิศทาง” ธนาคารจึงยกระดับบทบาทสู่ “Growth Navigator” เพื่อทำหน้าที่เป็นคู่คิดทางธุรกิจ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโตได้อย่างมีกลยุทธ์ แม้ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจเผชิญความท้าทายสูง โดยการเติบโตอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนแบบครบวงจร ทั้งด้านเงินทุน เครื่องมือดิจิทัล และองค์ความรู้
ทีทีบีจึงออกแบบแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการผ่าน 3 กลไกหลัก ได้แก่ Financial Solutions ที่ช่วยสนับสนุนเงินทุนและโซลูชันทางการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจและซัพพลายเชน, Digital Tools & Platform ที่ช่วยยกระดับการบริหารธุรกิจผ่านเครื่องมือดิจิทัล ครอบคลุมทั้งการขาย การรับ-จ่ายเงิน การบริหารบุคลากร และการจัดการภาพรวมทางการเงิน รวมถึง Knowledge & Advisory ที่มุ่งเสริมองค์ความรู้ผ่านโครงการ SME Growth Navigator พร้อมทีมผู้จัดการความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจ (RM) ที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์ร่วมกับผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด
ทีทีบีเชื่อว่า ความยั่งยืนของ SME ไทยในระยะยาว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่การเข้าถึงแหล่งเงินทุน แต่คือ “ความพร้อมในทุกมิติที่จะเปลี่ยนแปลง” และธนาคารพร้อมเดินหน้าทำหน้าที่เป็น “Growth Navigator” เพื่อช่วยให้ SME ไทยสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาส และสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต

