KS เปิดธีมลงทุน มิ.ย. เน้น “AI-Domestic Plays” ชู GULF-CPALL-AOT รับเศรษฐกิจฟื้น

บล.กสิกรไทย (KS) เปิดกลยุทธ์ลงทุนเดือนมิถุนายน 2569 ภายใต้ธีม “AI และ Domestic Plays” แนะนักลงทุนสลับพอร์ตเข้าหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศ หลังมองอัพไซด์ SET เริ่มจำกัด และตลาดสะท้อนปัจจัยบวกต่างประเทศไปแล้วบางส่วน พร้อมคัดหุ้นเด่นน่าสะสม GULF, CPALL, ICHI, COM7, BH, AMATA, WHA, AOT และ STECON รับอานิสงส์เศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัว


บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนประจำเดือนมิถุนายน 2569 ภายใต้ธีม “AI และ Domestic Plays” โดยแนะนำให้นักลงทุนทยอยปรับพอร์ตการลงทุนเข้าสู่กลุ่มหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากปัจจัยบวกภายในประเทศมากขึ้น เนื่องจากฝ่ายวิจัยประเมินว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ยังมีข้อจำกัดในการปรับตัวขึ้น หลังตลาดรับรู้ปัจจัยบวกจากต่างประเทศไปในระดับหนึ่งแล้ว ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนในประเทศเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัว

สำหรับธีมการลงทุนหลัก KS ให้น้ำหนักกับหุ้น 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ กลุ่มแรก หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งยังเป็นเมกะเทรนด์สำคัญของโลก จากความต้องการใช้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม ประเมินราคาเป้าหมายที่ 67.00 บาท

กลุ่มที่สอง คือ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในระยะถัดไป โดยหุ้นเด่นในกลุ่มนี้ ได้แก่ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA, บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA, บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และบริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON

กลุ่มที่สาม คือ หุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Plays) ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการบริโภค กำลังซื้อ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยหุ้นเด่น ได้แก่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ราคาเป้าหมาย 57.20 บาท, บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI ราคาเป้าหมาย 14.54 บาท, บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 ราคาเป้าหมาย 26.44 บาท และบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ราคาเป้าหมาย 199.00 บาท

อย่างไรก็ตาม การคัดเลือกหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะและเชื่อมโยงกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย จะเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนในเดือนมิถุนายน ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเน้นหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรแข็งแกร่ง มีประเด็นบวกเฉพาะตัว และมีโอกาสรับอานิสงส์จากเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง

Back to top button