BTS เปิดงบปี 69 ขาดทุน 1.15 พันล้านบาท เซ่นด้อยค่า JMART-ต้นทุนรวม RABBIT พุ่ง

BTS รายงานผลดำเนินงานปี 2569 ขาดทุนสุทธิ 1.15 พันล้านบาท จากการบันทึกด้อยค่าเงินลงทุน JMART จำนวน 961 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียว และต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้นจากการรวมงบ RABBIT เต็มปี


บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

บริษัทรายงานผลการดำเนินงานในปี 2568/69 (ระหว่าง 1 มี.ค.68- 31 มี.ค. 69) ขาดทุนสุทธิ 1,151.82 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,323.91 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนในบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่จากการรวมงบการเงินของบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาด้านรายแต่งานดำเนินงานหลัก บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 28,960 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% หรือ 166 ล้านบาทจากปีก่อน ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 23,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.2% จากปีก่อน และมีกำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยและภาษี (Recurring EBITDA) จำนวน 11,861 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.3% จากปีก่อน

ทั้งนี้ รายได้รวมที่เพิ่มขึ้นมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ของ RABBIT และบริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ ROCTEC จำนวนรวม 4,863 ล้านบาท ภายหลังเปลี่ยนสถานะจากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 อย่างไรก็ดี การเพิ่มขึ้นดังกล่าวถูกชดเชยบางส่วนจากการที่ปีนี้ไม่มีการบันทึกกำไรพิเศษจากการเปลี่ยนสถานะของสองบริษัทดังกล่าวจำนวน 3,368 ล้านบาท รวมถึงรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง 1,439 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากยอดหนี้คงค้างที่เกี่ยวข้องกับงานเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) หลังได้รับชำระหนี้จากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568

ด้านค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 22,811 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.1% หรือ 4,129 ล้านบาทจากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการรวมงบการเงินของ RABBIT และ ROCTEC รวมถึงการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนใน JMART ดังกล่าว ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 84.6% หรือ 507 ล้านบาท เป็น 1,106 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานแยกตามกลุ่มธุรกิจ ธุรกิจ MOVE มีรายได้ 9,699 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน โดยรายได้จากการดำเนินงานและบำรุงรักษา หรือ O&M เพิ่มขึ้น 4.5% เป็น 7,597 ล้านบาท และรายได้ค่าโดยสารจากรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูเพิ่มขึ้น 12.1% ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟฟ้าลดลง 35.9% เหลือ 3,092 ล้านบาท จากการไม่มีการรับรู้ดอกเบี้ยค้างรับของงาน O&M หลัง กทม. ชำระหนี้คงค้างแล้ว

ส่วนธุรกิจ MIX มีรายได้ 4,652 ล้านบาท ลดลง 8.5% จากรายได้ที่ลดลงของทุกหน่วยธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจสื่อโฆษณาที่ลดลง 15.5% เหลือ 1,897 ล้านบาท จากการไม่มีรายได้สื่อโฆษณาบริเวณตอม่อสถานีรถไฟฟ้า ขณะที่ธุรกิจบริการดิจิทัลมีรายได้ 1,709 ล้านบาท ลดลง 2.6% และธุรกิจจัดจำหน่ายมีรายได้ 1,046 ล้านบาท ลดลง 3.6%

ขณะที่ธุรกิจ MATCH มีรายได้ 9,449 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 123.8% จากปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีของ RABBIT และ ROCTEC ภายหลังถูกรวมเข้าในงบการเงินรวมของ BTS โดยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ RABBIT มีรายได้เพิ่มขึ้น 158.1% เป็น 4,268 ล้านบาท ธุรกิจบริการทางการเงินเพิ่มขึ้น 50.0% เป็น 664 ล้านบาท และ ROCTEC มีรายได้เพิ่มขึ้น 163.6% เป็น 3,265 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทมีเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นสุทธิ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 จำนวน 49,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.6% หรือ 12,273 ล้านบาทจากวันที่ 31 มีนาคม 2568 สะท้อนฐานะสภาพคล่องที่แข็งแกร่งขึ้น หลังได้รับชำระหนี้ O&M คงค้างจากกรุงเทพมหานคร และการบริหารโครงสร้างเงินทุนของบริษัท

Back to top button