
REIC ชี้ตลาดบ้านมือสอง Q1/69 ฟื้น อุปทานพุ่ง 34.2% มูลค่าแตะ 1.2 ล้านล้านบาท
REIC เผยตลาดบ้านมือสอง Q1/69 ฟื้นตัวต่อเนื่อง อุปทานประกาศขายทั่วประเทศพุ่ง 34.2% มูลค่าแตะ 1.2 ล้านล้านบาท สะท้อนแรงซื้อขายกลับมาในหลายระดับราคาและพื้นที่หลักทั่วประเทศ
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยบทวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ ไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่า ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองมีสัญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านอุปทานและอุปสงค์ โดยจำนวนที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั่วประเทศอยู่ที่ 242,729 หน่วย เพิ่มขึ้น 34.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีมูลค่ารวม 1.196 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 99.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) จำนวนหน่วยประกาศขายเพิ่มขึ้น 7.3% ขณะที่มูลค่าลดลงเล็กน้อย 0.3% โดยทรัพย์ที่ประกาศขายส่วนใหญ่เป็นของบุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ คิดเป็น 39% ของจำนวนประกาศขายทั้งหมด และครองสัดส่วนมูลค่าสูงถึง 75.5%
ด้านประเภทที่อยู่อาศัย พบว่า บ้านเดี่ยวยังคงมีจำนวนประกาศขายมากที่สุด จำนวน 99,279 หน่วย คิดเป็น 40.9% ของตลาด และมีมูลค่า 533,683 ล้านบาท หรือ 44.6% ของมูลค่าประกาศขายทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ ห้องชุด จำนวน 70,993 หน่วย คิดเป็น 29.2% และทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 63,552 หน่วย คิดเป็น 26.2%
ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่าห้องชุดเป็นประเภทที่เติบโตโดดเด่นที่สุด โดยจำนวนหน่วยประกาศขายเพิ่มขึ้น 124.6% และมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 343.8% สะท้อนการกลับมาของอุปทานคอนโดมิเนียมในตลาดอย่างชัดเจน
สำหรับระดับราคา อุปทานส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 25.4% ของจำนวนประกาศขายทั้งหมด อย่างไรก็ตาม กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาท มีการขยายตัวสูงสุด โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 143.7% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 164.1% จากปีก่อน ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยของที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศอยู่ที่ 4.9 ล้านบาทต่อหน่วย
ในเชิงพื้นที่ กรุงเทพมหานครยังเป็นตลาดหลักของบ้านมือสอง โดยมีจำนวนประกาศขายสูงสุด 70,495 หน่วย คิดเป็น 29% ของทั้งประเทศ และมีมูลค่าประกาศขาย 701,250 ล้านบาท หรือคิดเป็น 58.6% ของมูลค่าทั้งหมด ขณะที่จังหวัดที่มีมูลค่าประกาศขายสูงรองลงมา ได้แก่ ชลบุรี นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี เชียงใหม่ ภูเก็ต ระยอง สุราษฎร์ธานี และประจวบคีรีขันธ์
ด้านอุปสงค์ พบว่า ในไตรมาส 1 ปี 2569 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศจำนวน 48,446 หน่วย เพิ่มขึ้น 13.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีมูลค่าการโอนรวม 93,335 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% สะท้อนว่าความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยมือสองยังปรับตัวดีขึ้น แม้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจะชะลอลง โดยจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนลดลง 12.9% และ 17.9% ตามลำดับ
ทั้งนี้ บ้านเดี่ยวยังคงเป็นประเภทที่มีการโอนกรรมสิทธิ์มากที่สุด คิดเป็น 41.6% ของการโอนทั้งหมด ขณะที่การโอนในระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทมีจำนวนหน่วยมากที่สุด ส่วนระดับราคา 2.01-3.00 ล้านบาท มีมูลค่าการโอนสูงสุด และเป็นกลุ่มที่ขยายตัวโดดเด่นที่สุด โดยจำนวนหน่วยและมูลค่าเพิ่มขึ้น 17.9% และ 18.2% ตามลำดับ
REIC ประเมินว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยมือสองในไตรมาสแรกของปี 2569 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของทั้งอุปทานและการโอนกรรมสิทธิ์ สะท้อนการกลับมาของกิจกรรมในตลาดที่อยู่อาศัยมือสองและความต้องการซื้อที่ยังคงมีอยู่ในหลายระดับราคา

