
MEDEZE เล็งเพิ่มส่วนแบ่งตลาด ATMP ไทยแตะ 80% พร้อมรุกฟิลิปปินส์–มองโกเลีย
MEDEZE เผยอุตสาหกรรมธนาคารเซลล์และ ATMP ไทยก้าวสู่จุดเปลี่ยน หลังยกระดับมาตรฐานสู่สากล เสริมความปลอดภัยและความเชื่อมั่น พร้อมตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในไทยแตะ 70–80% และขยายธุรกิจสู่ฟิลิปปินส์ มองโกเลีย และภูมิภาคเอเชียในอนาคต
นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมธนาคารเซลล์และผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products: ATMP) ของไทยกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ภายหลังการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานสู่ระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ขั้นสูงของภูมิภาคเอเชีย
โดย “มาตรฐานธนาคารเซลล์ (Cell Bank Standard)” ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอุตสาหกรรม ATMP เนื่องจากเซลล์ต้นกำเนิดเปรียบเสมือนวัตถุดิบตั้งต้น (Raw Material) ของการผลิตยาและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ขั้นสูง หากเซลล์ต้นทางไม่ได้มาตรฐาน ก็ไม่สามารถต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ปลายทางที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้
ปัจจุบัน MEDEZE ได้ผ่านการตรวจประเมินมาตรฐานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อย่างเข้มงวด 2 ครั้งในปีนี้ ได้แก่ เดือนมกราคมและเดือนพฤษภาคม โดยใช้เกณฑ์อ้างอิงตามมาตรฐาน ISO และแนวทางสากล เพื่อสร้างความมั่นใจด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับของระบบการจัดเก็บเซลล์ในทุกกระบวนการ
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางการแพทย์เป็นอันดับแรก โดยพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่แหล่งที่มาของเซลล์ การคัดเลือกและจัดเก็บน้ำยา ระบบควบคุมสภาพแวดล้อม ระบบป้องกันรังสี และระบบป้องกันอัคคีภัย ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสำคัญที่ไม่สามารถลดทอนได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการ โรงพยาบาล และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังเร่งพัฒนางานวิจัยและผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุและแนวโน้มอายุขัยที่เพิ่มขึ้น โดยครอบคลุมการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยเซลล์ซ่อมแซมกระดูกอ่อน การฟื้นฟูผิวพรรณและการปลูกผม การพัฒนา CAR-T Cell และ NK Cell สำหรับรักษาโรคมะเร็ง ตลอดจนการวิจัยเพื่อรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน โรคไต และอัลไซเมอร์ รวมถึงการยกระดับมาตรฐานการฝากไข่และตัวอ่อน เพื่อรองรับการแพทย์เชิงป้องกันและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ในอนาคต
ด้านการดำเนินงานวิจัย บริษัทอยู่ระหว่างร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะพันธมิตรทางวิชาการและฐานการผลิตที่ผ่านมาตรฐาน GMP เพื่อรองรับการศึกษาทางคลินิก (Clinical Trials) ระหว่างที่บริษัทปรับปรุงโรงงานให้ผ่านมาตรฐาน GMP ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดสู่การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ ATMP และการพัฒนานวัตกรรมการรักษาเชิงพาณิชย์ในอนาคต
สำหรับแผนขยายธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัทตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางธนาคารเซลล์ของเอเชีย โดยเริ่มรุกตลาดฟิลิปปินส์ด้วยเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดภายใน 1 ปี พร้อมอยู่ระหว่างการออกแบบและก่อสร้างอาคารธนาคารเซลล์ในประเทศมองโกเลีย และมีแผนขยายธุรกิจเพิ่มเติมไปยังอินโดนีเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) รัสเซีย และเวียดนามในระยะต่อไป
นายแพทย์วีรพล กล่าวเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรม ATMP มีมูลค่าตลาดโลกมากกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยราว 14-15% ต่อปี สะท้อนถึงโอกาสการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจเซลล์บำบัดและการแพทย์ฟื้นฟูในระยะยาว โดยประเทศไทยมีศักยภาพทั้งด้านบุคลากรทางการแพทย์ โครงสร้างพื้นฐาน และต้นทุนการให้บริการที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล
ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่า การได้รับมาตรฐานระดับสากลจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในประเทศไทยจากปัจจุบันประมาณ 60% สู่ระดับ 70-80% ในระยะต่อไป เนื่องจากผู้ประกอบการรายอื่นยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาระบบให้ได้มาตรฐานในระดับเดียวกัน
นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมผ่านนโยบาย Sandbox เพื่อสนับสนุนการทดลองรักษารูปแบบใหม่ การสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยผ่านสถาบันการศึกษา รวมถึงการเร่งปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการขึ้นทะเบียนยา ATMP ให้มีความรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่เศรษฐกิจสุขภาพ (Health Economy) ของประเทศ
ในเชิงธุรกิจ บริษัทมุ่งดำเนินงานในรูปแบบ Business-to-Business (B2B) โดยวางบทบาทเป็นผู้ผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูงเพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลและคลินิกต่าง ๆ มากกว่าการลงทุนเปิดโรงพยาบาลเอง เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านการแพทย์ที่ยั่งยืน ลดการแข่งขันด้านบุคลากรทางการแพทย์ และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตนวัตกรรมการแพทย์ขั้นสูงของภูมิภาคในอนาคต

