พรีวิว 3 หุ้นอิเล็กฯ ไตรมาส 2 ฟื้น รับธีม AI-Data Center ดีมานด์หนุน

นักวิเคราะห์ประเมินหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไตรมาส 2/2569 ฟื้นตัวแบบเลือกตัว ชู DELTA, KCE และ CCET รับแรงหนุน AI-Data Center คำสั่งซื้อฟื้น และการบริหารต้นทุน ขณะที่นักลงทุนจับตาทิศทางกำไรครึ่งหลังปี 2569


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้บริษัทจดทะเบียนได้ปิดงวดบัญชีไตรมาส 2/2569 แล้ว โดย “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์หลายสำนัก เพื่อประเมินแนวโน้มหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่คาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุน หลังเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะบริษัทที่มีปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัวจากคำสั่งซื้อ เทคโนโลยี AI และ Data Center

นักวิเคราะห์ประเมินว่า ผลประกอบการหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มฟื้นตัวแบบรายบริษัท ไม่ได้เป็นการฟื้นตัวพร้อมกันทั้งกลุ่ม โดย DELTA, KCE และ CCET เป็นหุ้นที่ได้รับการจับตามองจากปัจจัยบวกเฉพาะตัว ทั้งแนวโน้มคำสั่งซื้อที่ทยอยกลับมา ความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี รวมถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนและปรับราคาขายเพื่อรับมือกับต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมอุตสาหกรรมยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบ ค่าเงินบาท และความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลก โดยหุ้นที่มีฐานลูกค้าแข็งแกร่ง มีผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต และสามารถควบคุมต้นทุนได้ดี มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวของกำไรได้ชัดเจนกว่า

สำหรับบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE บทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า รายได้ไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 7% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 1.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรปกติคาดว่าจะฟื้นตัวอยู่ที่ประมาณ 206 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 10.4% จากปีก่อน

ปัจจัยหนุนมาจากคำสั่งซื้อที่เริ่มฟื้นตัว การบริหารต้นทุน และการปรับราคาขายสินค้า PCB เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบ โดยหากการปรับราคาสามารถรับรู้เต็มไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นของ KCE ขยับขึ้นสู่ระดับ 24-25% และสนับสนุนกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ให้เร่งตัวขึ้น

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเชิงบวกต่อ KCE เช่นกัน โดยคาดว่ากำไรปกติไตรมาส 2/2569 จะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นประมาณ 5-6% ตามการเร่งผลิตและส่งมอบสินค้า HDI รวมถึงได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่าและมาตรการลดต้นทุน

นอกจากนี้ KCE มีแผนปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 10-12% ซึ่งเริ่มทยอยมีผลตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 และจะเห็นผลชัดเจนขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป โดย บล.ฟิลลิป ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” พร้อมราคาเป้าหมาย 40 บาท หลังปรับประมาณการกำไรปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 1,068 ล้านบาท เติบโต 35.8% จากปีก่อน

ด้านบริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CCET บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า กำไรมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 2-3/2569 จากความต้องการสินค้าหลักที่ยังแข็งแกร่ง และสัดส่วนผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนอัตรากำไร

ขณะเดียวกัน CCET ยังได้รับปัจจัยบวกจากการไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจในต่างประเทศเหมือนปีก่อน รวมถึงมีโอกาสสร้าง Upside จากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ AI หากสามารถเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในปลายปี 2569

สำหรับบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA บทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า กำไรปกติไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ประมาณ 8,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 97% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้า จากข้อจำกัดด้านการจัดหาวัตถุดิบ แต่ประเมินว่าเป็นปัจจัยชั่วคราว

โดยคาดว่ากำไรของ DELTA จะทยอยเติบโตต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี 2569 จากการคลี่คลายของปัญหาวัตถุดิบ และแรงหนุนจากธุรกิจ Liquid Cooling และ Data Center ซึ่งได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก

ทั้งนี้ ภาพรวมกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไตรมาส 2/2569 สะท้อนการฟื้นตัวแบบเลือกตัว โดย DELTA ได้แรงหนุนจาก Data Center และ Liquid Cooling, KCE ได้ประโยชน์จากการปรับราคาขาย PCB และคำสั่งซื้อที่ฟื้นตัว ขณะที่ CCET ได้แรงหนุนจากสินค้าหลักและ Product Mix ที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบ เช่น Copper Foil, Resin และ Fiberglass รวมถึงความผันผวนของค่าเงินบาท และแนวโน้มราคาขาย PCB ในระยะยาว หลังต้นทุนวัตถุดิบอาจส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นของผู้ผลิต

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ช่วงไตรมาส 2/2569 ควรเน้นเลือกลงทุนรายบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยบวกเฉพาะตัวชัดเจน โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากธีม AI, Data Center และ Liquid Cooling มีคำสั่งซื้อแข็งแกร่ง และสามารถบริหารต้นทุนได้ดี มีโอกาสได้รับความสนใจจากนักลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

Back to top button