กบข. ดันสมาชิก “ออมต่อ” หลังเกษียณ ชู 4 ทางเลือกรับเงิน ลดเสี่ยงมิจฉาชีพ

กบข. เดินหน้าผลักดันสมาชิก "ออมต่อ" หลังเกษียณ ชู 4 ทางเลือกรับเงิน สร้างความมั่นคง-ลดเสี่ยงมิจฉาชีพ


ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. เตรียมเดินหน้าส่งเสริมให้สมาชิกเลือก “ออมต่อ” หรือคงเงินออมไว้กับกองทุนภายหลังเกษียณอายุราชการ เพื่อให้เงินออมได้รับการบริหารอย่างต่อเนื่อง สร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว และลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงด้านการลงทุน

ปัจจุบันมีสมาชิกเกษียณอายุราชการประมาณ 20,000 คนต่อปี โดยสมาชิกสามารถเลือกไม่รับเงินก้อนทั้งหมดในครั้งเดียว แต่เลือกคงเงินบางส่วนหรือทั้งหมดไว้ให้ กบข. บริหารต่อได้ พร้อมเลือกรูปแบบการรับเงินที่เหมาะสมกับความต้องการได้ถึง 4 รูปแบบ ได้แก่ รับเงินก้อนบางส่วนเพื่อนำไปใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ปิดภาระหนี้สิน แล้วคงเงินส่วนที่เหลือไว้ลงทุนต่อ หรือเลือกรับเงินเป็นงวด ทั้งรายเดือน ราย 3 เดือน ราย 6 เดือน หรือรายปี เพื่อสร้างกระแสเงินสดหลังเกษียณอย่างต่อเนื่อง

ดร.ศรพล กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของโครงการคือการช่วยป้องกันสมาชิกจากความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพหรือการลงทุนที่หลอกลวง ซึ่งมักมุ่งเป้าไปยังผู้เกษียณที่มีเงินก้อนจำนวนมาก ขณะเดียวกัน เงินออมของสมาชิกยังคงได้รับการบริหารโดยมืออาชีพภายใต้การดูแลของ กบข. เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ กบข. ยังตั้งเป้าให้สมาชิกมีเงินใช้หลังเกษียณเพียงพอต่อการดำรงคุณภาพชีวิตในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกษียณ โดยมุ่งหวังให้สามารถรักษาระดับการใช้ชีวิตตามเป้าหมายที่วางไว้

“สำหรับการผลักดันโครงการ แม้กฎหมายจะเปิดโอกาสให้สมาชิกออมต่อได้อยู่แล้ว แต่ปัจจุบันยังมีสมาชิกใช้สิทธิดังกล่าวไม่มากนัก กบข. จึงเตรียมเพิ่มการสื่อสารและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ของการออมต่อให้มากขึ้น ขณะเดียวกัน กบข. ยังพัฒนาแอปพลิเคชันของกองทุนให้มีระบบจำลอง (Simulation) เพื่อช่วยให้สมาชิกสามารถประเมินได้ว่า หากเลือกออมต่อและได้รับผลตอบแทนในระดับต่าง ๆ จะมีเงินใช้หลังเกษียณเท่าใด และสามารถวางแผนการใช้ชีวิตได้ในรูปแบบใด ตั้งแต่การใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายไปจนถึงการท่องเที่ยวหลังเกษียณ” ดร.ศรพล กล่าว

ดร.ศรพล กล่าวอีกว่า การผลักดันแนวทางออมต่อจะดำเนินการบนพื้นฐานของความเข้าใจ เนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีภาระทางการเงินและความจำเป็นที่แตกต่างกัน จึงต้องเปิดโอกาสให้สามารถเลือกรูปแบบการบริหารเงินออมที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของตนเองได้มากที่สุด

“ปัจจุบัน กบข.มีสมาชิกกว่า 1.2 ล้านราย โดยพบว่าสมาชิกมีความรู้ด้านการเงินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มเลือกปรับแผนการลงทุนด้วยตนเอง (DIY) มากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหุ้นไทย หลังมองเห็นโอกาสจากระดับราคาหุ้นที่น่าสนใจ ทั้งนี้ พฤติกรรมของสมาชิกมีการปรับเปลี่ยนตามภาวะตลาด” ดรใศรพล กล่าว.

Back to top button