Alphabet ร่วง! กังวลแผนเพิ่มงบลงทุน AI แม้โชว์รายได้ Q2 โต 24% หลัง Google Cloud พุ่ง 82%

Alphabet รายงานงบไตรมาส 2 โตแกร่งดีกว่าคาด รายได้โต 24% พร้อม Google Cloud โต 82% แต่ตลาดกังวลแผนเพิ่มงบลงทุน AI ดัน CapEx ปี 2569 แตะ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐกดราคาหุ้นบนกระดานร่วง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ก.ค. 69) หุ้น Alphabet Inc. Class C (GOOG) ปิดการซื้อขายวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ที่ระดับ 341.91 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ปรับตัวลดลง 4.28 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.24% โดยมีราคาปิดตลาด ณ เวลา 19:59 น. ตามเวลาตลาด Nasdaq

ขณะที่การซื้อขายหลังตลาดปิด (After-Hours Trading) หุ้น Alphabet ปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 331.91 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ลดลง 10.00 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.92% จากราคาปิดตลาด

หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 แม้ว่าผลการดำเนินงานโดยรวมจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ แต่การที่บริษัทปรับเพิ่มแนวโน้มรายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure) สำหรับปี 2569 และส่งสัญญาณว่าการลงทุนในปี 2570 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้สร้างความกังวลต่อนักลงทุนเกี่ยวกับแรงกดดันด้านกระแสเงินสดจากการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)

Alphabet รายงานรายได้รวมในไตรมาส 2 อยู่ที่ 119.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 116.8-117.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS) หากไม่รวมกำไรจากเงินลงทุน อยู่ที่ประมาณ 2.85 ดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.90 ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนกำไรต่อหุ้นตามบัญชี (Headline EPS) อยู่ที่ 9.11 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 294% จากปีก่อน โดยได้รับผลบวกจากกำไรที่ยังไม่รับรู้จากเงินลงทุนในตราสารทุนสุทธิราว 6.26 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือคิดเป็นกำไรรวมจากตราสารทุนประมาณ 9.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิทั้งไตรมาสอยู่ที่ 112.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 298% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ด้านกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Income) อยู่ที่ 40.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) เพิ่มขึ้นเป็น 34%

ธุรกิจ Google Cloud ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของบริษัท โดยมีรายได้ 24.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 82% จากปีก่อน และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 22.2-22.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจคลาวด์อยู่ที่ 8.81 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 212% ส่งผลให้อัตรากำไร (Operating Margin) ของธุรกิจคลาวด์ปรับขึ้นแตะ 35.59% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 11

นอกจากนี้ มูลค่างานในมือ (Backlog) เพิ่มขึ้นเป็น 514 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นประมาณ 11% จากไตรมาสก่อน สะท้อนความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI และโซลูชัน AI ที่ยังแข็งแกร่ง

สำหรับธุรกิจ Google Services มีรายได้ 94.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14.5% จากปีก่อน โดยรายได้จาก Google Search & Other อยู่ที่ 63.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.8% แม้เริ่มชะลอลงจากการเติบโต 19% ในไตรมาสก่อน ขณะที่ YouTube Ads มีรายได้ 11.06 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.9% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ส่วนธุรกิจ Subscriptions, Platforms & Devices มีรายได้ 12.91 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.2% ขณะที่ Google Network มีรายได้ 7.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 0.7%

ด้านธุรกิจ Other Bets มีรายได้ 382 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขาดทุนจากการดำเนินงาน 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กิจกรรมระดับองค์กร (Alphabet-Level Activities) มีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา AI ส่วนกลาง

ประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุดคือ การที่ Alphabet ปรับเพิ่มกรอบ Capital Expenditure ปี 2569 จากเดิม 180,000-190,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 195,000-205,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ประมาณ 186,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมระบุว่า Capital Expenditure ในปี 2570 จะเพิ่มขึ้นอีกอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรองรับการลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center)

ในไตรมาสนี้ บริษัทมีรายจ่ายลงทุน 44.92 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 100% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ 39.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ติดลบ 5.86 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าที่ตลาดคาดว่าจะติดลบเพียง 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 39.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าประมาณการที่ 46.04 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านฐานะการเงิน บริษัทมีเงินสดและหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด 242.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีหนี้สินระยะยาว 98.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีกระแสเงินสดอิสระย้อนหลัง 12 เดือน (TTM Free Cash Flow) อยู่ที่ 53.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่จำนวนพนักงานรวมอยู่ที่ 198,933 คน

นาย ซันดาร์ พิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Alphabet กล่าวว่า การลงทุนด้าน AI กำลังสร้างนิยามใหม่ให้กับทุกส่วนของธุรกิจ โดยไตรมาสนี้ Google Cloud เติบโตถึง 82% จากความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI และโซลูชัน AI ที่เพิ่มขึ้น พร้อมระบุว่าเกือบ 90% ของบริษัทในกลุ่ม Fortune 100 ได้นำ Gemini Enterprise ไปใช้งานแล้ว ขณะที่โมเดล Gemini สามารถประมวลผลได้ถึง 2.2 หมื่นล้านโทเคนต่อนาที และแอปพลิเคชัน Gemini มีผู้ใช้งานประจำต่อเดือน (MAUs) มากกว่า 950 ล้านคน

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 ของ Google (Alphabet) ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยมีรายได้รวม 119.80 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ราว 2.4% ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากธุรกิจ Google Cloud ซึ่งมีรายได้ 24.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 81.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 23.8% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดราว 10.5% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจ Cloud อยู่ที่ 8.81 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 211.9% จากปีก่อน และสูงกว่าคาดถึง 27.5% ส่งผลให้อัตรากำไร (Cloud Operating Margin) ปรับขึ้นสู่ระดับ 35.59% จาก 20.74% ในปีก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-time High) ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 11 นอกจากนี้ มูลค่างานในมือ (Cloud Backlog) เพิ่มขึ้นเป็น 514 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นราว 11% จากไตรมาสก่อน สะท้อนถึงความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI (AI Infrastructure) และโซลูชัน AI ที่ยังคงแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม หยวนต้าระบุว่า แม้ธุรกิจ Google Services จะยังเติบโตในระดับเลขสองหลัก แต่อัตราการขยายตัวเริ่มชะลอลง โดยมีรายได้ 94.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14.5% จากปีก่อน เทียบกับการเติบโต 16% ในไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้จาก Google Search อยู่ที่ 63.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.8% จากปีก่อน แต่ชะลอลงจากการเติบโต 19% ในไตรมาสแรกของปี 2569 ส่วนรายได้จาก YouTube Ads อยู่ที่ 11.06 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.9% ขณะที่ธุรกิจ Subscriptions, Platforms and Devices มีรายได้ 12.91 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.2% ส่วนธุรกิจ Google Network ลดลงเล็กน้อย 0.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจโฆษณาหลักของบริษัทเริ่มมีการเติบโตในอัตราที่ชะลอลง ขณะที่ Google Cloud ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในปัจจุบัน

ด้านผลกำไร บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานรวม 40.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 30.4% จากปีก่อน ซึ่งเติบโตเร็วกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) เพิ่มขึ้นเป็น 34.03% จาก 32.43% ในปีก่อน ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS) เพิ่มขึ้นจาก 2.31 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 9.11 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 294.4% จากผลกำไรที่เกิดจากการปรับมูลค่าเงินลงทุน (Mark-to-Market) ของหุ้นที่บริษัทถือครอง ซึ่งคาดว่าเป็นการลงทุนใน SpaceX หากตัดผลกระทบดังกล่าวออก กำไรต่อหุ้นจากการดำเนินงานหลักจะอยู่ที่ประมาณ 2.85 ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่า Headline EPS ไม่ได้สะท้อนผลการดำเนินงานของธุรกิจหลักทั้งหมด

นอกจากนี้ Google ยังได้ปรับเพิ่มกรอบ รายจ่ายลงทุน  (Capital Expenditure) สำหรับปี 2569 จากเดิม 180,000-190,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 195,000-205,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งค่ากลางอยู่ที่ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 186,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมส่งสัญญาณว่า Capital Expenditure ในปี 2570 จะเพิ่มขึ้นอีกอย่างมีนัยสำคัญ โดยในไตรมาสล่าสุด บริษัทมีรายจ่ายลงทุน 44.92 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 100.1% จากปีก่อน สูงกว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ 39.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ติดลบ 5.86 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่า แม้ความต้องการด้าน AI และ Cloud จะยังแข็งแกร่ง แต่การเร่งลงทุนก็เริ่มสร้างแรงกดดันต่อกระแสเงินสดของบริษัทอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้าระบุว่าจะติดตามและอัปเดตมุมมองเพิ่มเติมภายหลังการประชุมชี้แจงผลประกอบการ (Earnings Call) ของบริษัทต่อไป

Back to top button