
หุ้นโรงแรมเด่น! รับธุรกิจ MICE-อีเวนต์โลกหนุนรายได้ห้องพักพุ่ง ชู AWC-ERW เด่น
บล.กสิกรไทย มองแนวโน้มครึ่งปีหลังต่อกลุ่มโรงแรมเด่น รับแรงหนุน MICE-อีเวนต์ระดับโลก ดันรายได้เฉลี่ยต่อห้อง/วัน (RevPar) เติบโตต่อ ชู AWC-ERW เด่น รับอานิสงส์ดีมานด์นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวโน้มธุรกิจโรงแรมไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ยังคงได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ (MICE) และอีเวนต์ระดับโลกที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพหลายรายการ อาทิ Gastech, IMF–World Bank Annual Meetings, Thailand MICE Week และ Tomorrowland Thailand คาดว่าจะดึงดูดนักเดินทางคุณภาพสูงกว่า 300,000 คนเข้าสู่ประเทศ โดยนักท่องเที่ยวกลุ่ม MICE มีการใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป และมีความอ่อนไหวต่อราคาน้อยกว่า จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนอัตราการเข้าพัก (Occupancy) และรายได้ต่อห้องพัก (RevPar) ของผู้ประกอบการโรงแรมให้เติบโตต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี
นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวคุณภาพยังช่วยหนุนอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) และผลักดันความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวหลักและพื้นที่จัดงานสำคัญ
ทั้งนี้ สอดคล้องกับฝ่ายนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS เปิดเผยมุมมองต่อกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรมว่า แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะชะลอตัว แต่ธุรกิจโรงแรมในประเทศยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะรายได้ต่อห้องพัก (RevPar) ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวและความสามารถในการปรับขึ้นราคาห้องพัก
ทั้งนี้ จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า อัตราการเข้าพักโรงแรมในประเทศเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 72.5% ลดลง 1.4 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) เพิ่มขึ้น 6.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 1,947 บาท ส่งผลให้ KS ประเมินว่า RevPar อยู่ที่ 1,411 บาท เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนดังกล่าวจะลดลง 7.0% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
สำหรับเดือนพฤษภาคม 2569 KS คาดว่าแนวโน้มผลประกอบการของกลุ่มโรงแรมจะปรับตัวดีขึ้น จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4.0% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะเดียวกัน ผู้บริหารบริษัทโรงแรมส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงาน โดยคาดว่า RevPar จะเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 2/2569 และตลอดทั้งปี 2569
นอกจากนี้ ธุรกิจ MICE และการจัดอีเวนต์ระดับโลกจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพงานสำคัญหลายรายการ ได้แก่ Gastech, IMF–World Bank Annual Meetings, Thailand MICE Week และ Tomorrowland Thailand ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดนักเดินทางคุณภาพสูงกว่า 300,000 คนเข้าสู่ประเทศ
โดยทางฝ่ายวิจัยระบุว่า กลุ่มนักเดินทาง MICE มีการใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป และมีความอ่อนไหวต่อราคาน้อยกว่า จึงเป็นปัจจัยบวกต่อผู้ประกอบการโรงแรม โดยเฉพาะบริษัทที่มีพอร์ตโรงแรมในประเทศและรองรับการจัดประชุมและอีเวนต์ เช่น บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC, บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL และบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT รวมถึงธุรกิจสนามบิน สายการบิน และผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง
ด้านแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2569 ทางฝ่ายวิจัยมองว่ามีโอกาสสูงกว่าประมาณการเดิม หลังตัวเลขสะสมในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมอยู่ที่ 4.7 ล้านคน ลดลงเพียง 2.0% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งดีกว่าที่คาดว่าจะหดตัว 8.0% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวยุโรปที่เร็วกว่าคาด
หากโมเมนตัมดังกล่าวยังต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน ทางฝ่ายวิจัยประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปีอาจแตะ 32.9 ล้านคน สูงกว่าประมาณการเดิมที่ 31.5 ล้านคน ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อ RevPar และประมาณการกำไรของกลุ่มท่องเที่ยวในปี 2569
โดยจากปัจจัยสนับสนุนดังกล่าว ทางฝ่ายวิจัยยังคงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อหุ้นโรงแรมที่พึ่งพาตลาดในประเทศและได้รับอานิสงส์จากธุรกิจ MICE โดยแนะนำ “ซื้อ” หุ้น AWC ราคาเป้าหมาย 3.55 บาท และ ERW

