
“กรภัทร” ลุ้น SET ยืน 1,600 จุด พลังงาน–แบงก์พยุง ชู KBANK–GULF–PTT หุ้นเด่น
“กรภัทร” มอง SET มีโอกาสประคองตัวบริเวณ 1,600–1,607 จุด แม้ DELTA ถ่วงดัชนี แต่หุ้นพลังงาน–ธนาคารและฟันด์โฟลว์ยังช่วยพยุงตลาด พร้อมเลือก KBANK–GULF–PTT เป็นหุ้นเด่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2569 ว่า ผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ซึ่งมีมติคงอัตราดอกเบี้ย ไม่ได้สร้างความประหลาดใจต่อตลาดมากนัก แต่คะแนนเสียงที่แตกออกเป็น 9 ต่อ 3 สะท้อนว่าคณะกรรมการบางส่วนยังมีความกังวลต่อเงินเฟ้อ และสนับสนุนให้ปรับขึ้นดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ในช่วงแรกหลังประกาศมติ ภาพตลาดการเงินยังไม่ได้ตอบรับในเชิงลบอย่างชัดเจน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับลดลงเล็กน้อย ขณะที่เงินดอลลาร์ทรงตัวถึงอ่อนค่า หลังเฟดระบุว่าเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง และภาวะการเงินที่ตึงตัวช่วยลดความจำเป็นในการเร่งปรับนโยบาย
อย่างไรก็ตามการที่เฟดยังคงแสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% และไม่ได้ปิดโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนและปรับตัวลงแรง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีมูลค่าตึงตัวและพึ่งพาความคาดหวังต่อการเติบโตสูง
นายกรภัทรระบุว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯอาจเข้าสู่ช่วงปรับฐาน หลังดัชนี Nasdaq หลุดระดับสำคัญ 25,000 จุด เป็นครั้งแรกนับจากช่วงกลางเดือนเมษายน ขณะที่ S&P 500 มีแนวรับบริเวณ 7,200 จุด โดยตลาดยังต้องติดตามว่าผลกระทบจากสงครามจะผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้นเพียงใด รวมถึงภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯที่เริ่มมีสัญญาณเปราะบางในกลุ่มแรงงานฐานราก
สำหรับตลาดหุ้นไทยมองว่าดัชนี SET มีโอกาสประคองตัวบริเวณ 1,607 จุด และ 1,600 จุด แม้ในช่วงแรกจะเผชิญแรงขายจากหุ้น DELTA ซึ่งเป็นตัวถ่วงสำคัญ แต่โครงสร้างของตลาดไทยมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีไม่มาก เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นต่างประเทศ
นอกจากนี้ หากไม่นับรวม DELTA ตลาดหุ้นไทยซื้อขายที่อัตราส่วนราคาต่อกำไร หรือ P/E ราว 13 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับหุ้นคุณค่า และมีโอกาสดึงดูดเงินทุนต่างชาติไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ที่ผลประกอบการกลุ่มธนาคารเริ่มอ่อนแอลง
ด้านหุ้นกลุ่มพลังงานมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งจะเป็นบวกต่อผลประกอบการของบริษัทพลังงาน โรงกลั่น และปิโตรเคมี ส่วนหุ้นธนาคารไทยยังมีความน่าสนใจ จากฐานะการเงินและผลประกอบการที่แข็งแกร่งกว่าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะที่หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า สื่อสาร นิคมอุตสาหกรรม และค้าปลีกบางราย ยังได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มการลงทุนในประเทศที่ไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม และการบิน อาจได้แรงเก็งกำไรจากเงินบาทที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินหยวน และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น
สำหรับกรณีข้อมูลผู้ใช้งานระบบ TSD Investor Portal รั่วไหล นายกรภัทรมองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและทำให้นักลงทุนตั้งคำถามต่อการปกป้องข้อมูล อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือกระบวนการตรวจสอบ การป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกนำไปใช้ และการยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
ทั้งนี้ แม้เหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลไม่ควรเกิดขึ้น แต่หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขและยกระดับมาตรฐานอย่างจริงจัง ก็อาจช่วยให้ระบบตลาดทุนไทยมีความแข็งแกร่งและพัฒนาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับหุ้นเด่นประจำวัน KSS เลือกบริษัท กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK จากความแข็งแกร่งของกลุ่มธนาคารไทย, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ซึ่งได้ประโยชน์จากธีมความมั่นคงทางพลังงาน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT รับแรงหนุนจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง

