“พบชัย” มอง SET ไซด์เวย์อัพ! รับตะวันออกกลางผ่อนคลาย ชูธีม Anti-Oil รับน้ำมันขาลง

“พบชัย ภัทราวิชญ์” InnovestX ประเมิน SET วันนี้ Sideways Up กรอบ 1,615-1,635 จุด หลังสหรัฐ-อิหร่านมีโอกาสหวนเจรจา ชี้ฟันด์โฟลว์ต่างชาติยังอยู่ในตลาด พร้อมสลับเข้าสู่ Value Play กลุ่มค้าปลีก-ท่องเที่ยว-ไฟแนนซ์ พร้อมแนะเก็งกำไรหุ้น Anti-Oil รับน้ำมันขาลง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 ส.ค.69) นายพบชัย ภัทราวิชญ์ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ว่า แนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) วันนี้มีโอกาสแกว่งตัวขึ้นในลักษณะ Sideways Up โดยประเมินแนวรับบริเวณ 1,615 จุด และแนวต้าน 1,635 จุด

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลาย หลังสหรัฐฯ แสดงท่าทีต้องการกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจากับอิหร่านอีกครั้ง ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยระบุถึงความเป็นไปได้ในการเปิดการเจรจาระหว่างสองฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ท่าทีของอิหร่านในเบื้องต้นยังไม่ชัดเจน และมีรายงานว่าได้ปฏิเสธข้อเสนอจากสหรัฐฯ ซึ่งนายพบชัยมองว่า อาจเป็นการแสดงจุดยืนเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าอ่อนข้อให้กับสหรัฐฯ มากเกินไป

แม้จะมีการปฏิเสธอย่างเป็นทางการ แต่ยังมีความเป็นไปได้ที่ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มต้นพูดคุยกันตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยกล่าวไว้ รวมถึงอาจมีการประสานงานในระดับเจ้าหน้าที่เกิดขึ้นบางส่วนแล้ว จึงต้องติดตามว่าการเจรจาจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และจะมีทิศทางอย่างไร

ความหวังต่อการเจรจาดังกล่าวช่วยลดความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ และกดดันให้ราคาน้ำมันดิบทั้ง WTI และ Brent ปรับตัวลงค่อนข้างแรง ขณะที่กลุ่ม OPEC+ ยังมีมติเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมันในเดือนก.ย. ทำให้อุปทานมีแนวโน้มเข้าสู่ตลาดมากขึ้น และเป็นอีกปัจจัยจำกัดการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน

จากปัจจัยดังกล่าว InnovestX จึงมองว่า SET Index มีโอกาสแกว่งตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ลดลงและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลาย

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดหุ้นไทยตลอดสัปดาห์ยังมีแนวโน้มผันผวน เนื่องจากเข้าสู่ช่วงที่บริษัทจดทะเบียนจำนวนมากทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/69 โดยข้อมูลที่รวบรวมโดย สำนักข่าวบลูมเบิร์ก พบว่า บริษัทไทยที่ประกาศผลประกอบการแล้วราว 55 แห่ง มีทั้งยอดขายและกำไรโดยรวมออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่กำไรสูงกว่าประมาณการเกือบ 6%

ดังนั้น ตลาดจึงมีความคาดหวังต่อผลประกอบการไตรมาส 2/69 ในระดับสูง หากบริษัทใดรายงานกำไรต่ำกว่าคาด อาจเผชิญแรงขายและสร้างความผันผวนให้กับราคาหุ้นได้

สำหรับทิศทางเงินทุนต่างชาติ นายพบชัยมองว่า แรงขายหุ้นไทยในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นลักษณะของการขายทำกำไร (Take Profit) หลังเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าหุ้นขนาดใหญ่หลายกลุ่ม ทั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และธนาคาร จนราคาหุ้นและระดับ Valuation ปรับตัวขึ้นค่อนข้างมาก

ส่วนการกลับเข้าซื้อหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติช่วงปลายสัปดาห์ สะท้อนภาพของการหมุนกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) มากกว่าการถอนเงินออกจากตลาด โดยมีแนวโน้มสลับเข้าสู่หุ้นที่ Valuation ยังน่าสนใจและต่างชาติถือครองในสัดส่วนไม่สูง โดยเฉพาะกลุ่ม Domestic Play

กลุ่มที่มีโอกาสได้รับความสนใจ ได้แก่ ค้าปลีก โรงพยาบาล ท่องเที่ยวและโรงแรม ไฟแนนซ์ และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งหลายกลุ่มยังปรับตัวขึ้นไม่มากเมื่อเทียบกับหุ้นที่นำตลาดในช่วงก่อนหน้า

ทั้งนี้ InnovestX ยังมองว่าตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติ จากอัตราเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังที่มีโอกาสฟื้นตัวดีขึ้น ดังนั้น การอ่อนตัวของตลาดจึงสามารถใช้เป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นได้

สำหรับหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธีม AI, Data Center รวมถึงกลุ่มธนาคาร ซึ่งปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา InnovestX ยังคงมุมมองเชิงบวกในระยะยาว แต่ระยะสั้น Valuation เริ่มตึงตัว จึงมีโอกาสพักฐานจากแรงขายทำกำไร นักลงทุนควรรอจังหวะราคาหุ้นอ่อนตัวก่อนเข้าลงทุน ขณะที่ระหว่างนี้สามารถสลับไปยังหุ้น Value Play หรือหุ้นที่ปรับตัวขึ้นน้อยกว่าได้

ด้านกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้ InnovestX แนะนำเก็งกำไรหุ้นกลุ่ม Anti-Oil หรือหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับตัวลง โดยมองว่าทิศทางราคาน้ำมันยังมีโอกาสอ่อนตัวมากกว่าปรับขึ้น แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางอาจทำให้ราคาน้ำมันดีดตัวเป็นระยะหากการเจรจาไม่คืบหน้า แต่คาดว่ากรอบการฟื้นตัวยังมีจำกัด

หุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มสายการบินอย่าง BA และ AAV ซึ่งได้รับประโยชน์โดยตรงจากต้นทุนน้ำมันที่ลดลง ส่วน THAI แนะนำให้รอผ่านช่วงความผันผวนจากการปลดล็อกหุ้นก่อน แล้วจึงพิจารณาจังหวะเข้าลงทุน

นอกจากนี้ กลุ่มค้าปลีกยังมีโอกาสได้ประโยชน์จากต้นทุนขนส่งที่ลดลง ขณะที่กลุ่มไฟแนนซ์มีแนวโน้มรับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงตามความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลาย

อีกหนึ่งกลยุทธ์คือเลือกหุ้นที่นักลงทุนต่างชาติยังถือครองในสัดส่วนไม่สูง และมีแนวโน้มผลประกอบการแข็งแกร่ง ได้แก่ BEM, MTC, OR และ TU ซึ่ง InnovestX มองว่ามีโอกาสได้รับแรงซื้อเพิ่ม หากนักลงทุนต่างชาติเดินหน้าหมุนเม็ดเงินเข้าสู่หุ้น Value Play มากขึ้น

Back to top button