
SpaceX รายได้โต 92% รับ Starlink-AI หนุน เมย์แบงก์แนะสะสม ชูเป้า SPACEX80 ราคา 7.48 บ.
บล.เมย์แบงก์–บล.หยวนต้า มอง SpaceX เติบโตโดดเด่น หลังงบไตรมาส 2/2569 รายได้พุ่ง 92% แตะ 7.8 พันล้านดอลลาร์ หนุนจาก Starlink และ AI Compute พร้อมให้ราคาเป้าหมาย SpaceX ที่ 223.89 ดอลลาร์ พร้อม SPACEX80 ราคาเป้าหมาย 7.48 บาท แนะทยอยสะสมเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว แม้กังวล CapEx สูงขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า SpaceX รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 7.81 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ประมาณ 14.8% โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากธุรกิจ Connectivity (Starlink) ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น 66% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน รวมถึงธุรกิจด้าน AI ที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 247% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน สะท้อนถึงการขยายตัวของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์อย่างต่อเนื่อง
ด้านผลประกอบการ บริษัทสามารถลดผลขาดทุนสุทธิลงมาอยู่ที่ 541 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากระดับขาดทุน 1.01 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ประมาณ 73.9% ขณะที่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted EBITDA) เพิ่มขึ้น 191% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน แตะระดับ 3.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากจำนวนผู้ใช้งาน Starlink ที่เพิ่มขึ้นแตะระดับ 12 ล้านราย รวมถึงการรับรู้รายได้จากสัญญา Cloud Services Agreements มูลค่ารวม 1.41 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ AI และบริการคลาวด์ในระยะยาว
ด้านความสามารถในการทำกำไร อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 55% จาก 44% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตของรายได้ที่เร่งตัวเร็วกว่าต้นทุน ขณะที่ฐานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดและสภาพคล่องรวมมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ซึ่งเพียงพอรองรับแผนการลงทุนเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และอุตสาหกรรมอวกาศในระยะยาว
สำหรับแผนการลงทุนในอนาคต SpaceX มีแผนจัดสรรเงินลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาโครงการสำคัญ ได้แก่ Starship การขยายเครือข่ายดาวเทียม Starlink ทั้งบริการ Broadband และ Mobile รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านแพลตฟอร์ม AI นอกจากนี้ บริษัทคาดว่ากระบวนการเข้าซื้อกิจการ Cursor จะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2569 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเร่งการขยายตลาด AI Enterprise ในระยะถัดไป
ด้าน Bloomberg Consensus คาดการณ์ว่า ผลประกอบการทั้งปี 2569 ของ SpaceX จะมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 106.7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ประมาณ 4.06 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 4.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่าการเติบโตของรายได้จะได้รับแรงหนุนจากธุรกิจ AI ที่คาดว่าจะเติบโต 420% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และธุรกิจ Connectivity (Starlink) ที่คาดว่าจะเติบโต 48.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน
สำหรับมุมมองด้านมูลค่าหุ้น ปัจจุบัน SPCX.US ซื้อขายที่ระดับ Forward P/S 28.7 เท่า หรือประมาณ 0.75 S.D. ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 1 ปีที่ 34.9 เท่า โดย Bloomberg Consensus ให้ราคาเป้าหมายที่ 223.89 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น Upside ประมาณ 78.6% ขณะที่ SPACEX80 (DR) มีราคาเป้าหมายที่ 7.48 บาท คิดเป็น Upside ประมาณ 79.0%
บล.เมย์แบงก์ มองว่า จากการเติบโตของรายได้และศักยภาพของธุรกิจ SpaceX ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยเฉพาะธุรกิจ AI และ Starlink อย่างไรก็ตาม หลังประกาศผลประกอบการ ราคาหุ้น SPCX ปรับตัวลดลงประมาณ 7.5% จากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายลงทุน (Capital Expenditure: CapEx) โดยเฉพาะการลงทุนในธุรกิจ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แตะระดับ 1.58 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 749 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาส 2/2568 และ 7.72 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาส 1/2569
นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระบบประมวลผล AI รวมถึงโครงการ Starship ที่ยังมีความท้าทายจากเหตุการณ์ผิดพลาดในการปล่อยยาน ซึ่งอาจส่งผลต่อแผนการขยายโครงการดาวเทียม Starlink ในอนาคต
ทั้งนี้ บล.เมย์แบงก์ แนะนำ “ทยอยเข้าสะสมเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว” เนื่องจากมองว่าปัจจัยพื้นฐานของ SpaceX ยังคงแข็งแกร่ง จากโอกาสการเติบโตของธุรกิจ Starlink, AI และอุตสาหกรรมอวกาศในระยะยาว
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า SpaceX รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีการเติบโตแข็งแกร่ง โดยรายได้รวมอยู่ที่ 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ประมาณ 14.75% ขณะที่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted EBITDA) เพิ่มขึ้น 191% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน แตะระดับ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าคาดการณ์ประมาณ 77.01%
ขณะเดียวกัน SpaceX สามารถลดผลขาดทุนสุทธิลงจากระดับ 1.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 541 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าบริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงการสำคัญ ได้แก่ Starship, Starlink และ AI โดยสะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตของรายได้ยังคงขยายตัวเร็วกว่าต้นทุน ทั้งนี้ ธุรกิจ Connectivity ยังคงเป็นฐานรายได้และกำไรหลักของบริษัท ขณะที่ธุรกิจ AI Compute เริ่มเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงไปสู่แหล่งรายได้ใหม่ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้
บล.หยวนต้า ระบุว่า รายได้จากธุรกิจ Connectivity เพิ่มขึ้น 66% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน อยู่ที่ 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ประมาณ 10.51% โดยจำนวนผู้ใช้งาน Starlink เพิ่มขึ้นแตะระดับ 12 ล้านราย ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งาน (ARPU) อยู่ที่ประมาณ 66 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงจากระดับ 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ในปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากกลุ่มลูกค้า Enterprise และ Government ซึ่งมีรายได้เติบโต 108% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน รวมถึงรายได้จากบริการ Starshield ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีมูลค่ามากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยผู้บริหารระบุว่า บริษัทไม่ได้สูญเสียลูกค้า Enterprise แม้แต่รายเดียว และมองว่ารายได้จากกลุ่มองค์กร ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วน 42% ของธุรกิจ อาจเติบโตจนมีขนาดใหญ่กว่ากลุ่มลูกค้าทั่วไป (Consumer) ในอนาคต
นอกจากนี้ Starlink V3 จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของระบบ ทั้งด้านประสิทธิภาพต่อดาวเทียมและจำนวนดาวเทียม โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มแบนด์วิดท์รวมได้ประมาณ 100 เท่า ในระยะต่อไป
ด้านธุรกิจ AI มีรายได้เพิ่มขึ้น 247% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน อยู่ที่ 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่ตลาดคาดประมาณ 22.89% ขณะที่ Adjusted EBITDA พลิกจากผลขาดทุน 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นกำไร 1.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
SpaceX เปิดให้บริการ AI Compute ผ่านโครงสร้างพื้นฐาน Colossus และ Colossus 2 แก่ลูกค้ารายใหญ่ เช่น Google และ Anthropic ภายใต้สัญญา Cloud Services Agreements รวมมูลค่า 1.41 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และสามารถรับรู้รายได้ใหม่แล้ว 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในไตรมาสเดียว
จุดสำคัญคือ ผู้บริหารระบุว่า AI Compute รุ่นใหม่มีระยะเวลาคืนทุนต่ำกว่า 1 ปี สะท้อนว่าการลงทุนดังกล่าวไม่ได้รองรับเฉพาะการพัฒนาโมเดล Grok เท่านั้น แต่กำลังพัฒนาไปสู่ธุรกิจให้เช่า Compute ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้จริง
เร่งลงทุน NVIDIA Compute รองรับความต้องการ AI ระยะยาว
บล.หยวนต้า ระบุว่า จากความต้องการใช้งานที่พิสูจน์แล้ว SpaceX ยังคงเร่งลงทุนด้าน Compute และโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยกำลังการประมวลผลเพิ่มขึ้นจาก 0.4 GW เป็น 1.4 GW ในไตรมาสนี้ และตั้งเป้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 GW ภายในสิ้นปี ก่อนขยายเข้าใกล้ระดับ 10 GW ภายในสิ้นปีหน้า
บริษัทเลือกพัฒนาระบบใหม่บนโครงสร้างของ NVIDIA เพียงรายเดียว เนื่องจากมองว่าแพลตฟอร์ม Vera Rubin เป็นสถาปัตยกรรม AI ที่มีศักยภาพสูงในระยะยาว โดยคาดว่าจะใช้ Compute เพียงประมาณ 10% สำหรับการฝึกโมเดล Grok ขณะที่ส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้กับงาน Inference และให้บริการแก่ลูกค้าภายนอก
ในไตรมาสดังกล่าว SpaceX ใช้เงินลงทุน (CapEx) รวม 1.84 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการลงทุนด้าน AI จำนวน 1.58 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และผู้บริหารระบุว่า CapEx ในปี 2569 และไตรมาส 4/2569 จะยังคงเร่งตัวในระดับใกล้เคียงกับไตรมาส 2/2569 ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์
นอกจากนี้ การเข้าซื้อกิจการ Cursor มูลค่าประมาณ 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จะช่วยเสริมศักยภาพด้าน AI Coding สำหรับลูกค้าองค์กร ผ่านการผสานทีมวิศวกรรม ฐานผู้ใช้งาน และช่องทางการขายของ Cursor เข้ากับระบบ Grok และ Colossus
สำหรับธุรกิจอวกาศ รายได้เติบโต 29% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน อยู่ที่ 596 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าตลาดคาดประมาณ 10.10% อย่างไรก็ตาม Adjusted EBITDA ยังอยู่ในระดับขาดทุน 210 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากบริษัทยังคงลงทุนสูงในโครงการ Starship
ทั้งนี้ เที่ยวบินที่ 13 ของ Starship หลังจบไตรมาส สามารถส่งดาวเทียม Starlink V3 จำนวน 20 ดวง ทดสอบเครื่องยนต์ Raptor ในอวกาศ และนำตัวยานกลับลงทะเลได้สำเร็จ โดยแผ่นป้องกันความร้อนยังอยู่ในสภาพดี ส่งผลให้ Elon Musk ระบุว่า ปัญหาเกี่ยวกับแผ่นป้องกันความร้อนได้รับการแก้ไขแล้ว และไม่เห็นอุปสรรคทางเทคนิคสำคัญต่อการนำยานกลับมาใช้ใหม่อย่างเต็มรูปแบบ
บล.หยวนต้า มองว่า ความสำเร็จของ Starship จะช่วยเร่งการส่งดาวเทียม Starlink V3 จำนวนมากขึ้น รวมถึงเปิดทางสู่โครงการ Starmind AI Satellite ซึ่งคาดว่าจะใช้ชิปประมวลผล NVIDIA Vera Rubin NVL72 และเริ่มส่งขึ้นสู่วงโคจรตั้งแต่ปีหน้า
ทั้งนี้ บล.หยวนต้า มองว่า SpaceX ยังคงมีศักยภาพการเติบโตในระยะยาวจากการขยายตัวของธุรกิจ Starlink, AI Compute และโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศ แม้ต้องติดตามระดับการลงทุนและค่าใช้จ่ายด้าน AI อย่างใกล้ชิด
สำหรับ DR ที่อ้างอิงหุ้น SpaceX ได้แก่ SPACEX80 ออกโดย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยราคาหุ้น ณ เวลา 14.24 น. อยู่ที่ระดับ 3.86 บาท ลดลง 0.04 บาท หรือ 1.03% มีมูลค่าการซื้อขาย 79.85 ล้านบาท
