
Data Center คลื่นลงทุนลูกใหม่ CIMBT มองเปิดโอกาสธุรกิจไทยรับอานิสงส์ 1.6 ล้านล้านบาท
แบงก์ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) ชี้ Data Center กำลังก้าวขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ Digital Economy และเป็นอุตสาหกรรมสร้างผลคูณทางเศรษฐกิจ กระจายเม็ดเงินลงทุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน หลังโครงการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI แตะ 1.6 ล้านล้านบาท
นางสาวปนิดา ตั้งศรีวงษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยว่า หนึ่งใน Megatrend ที่กำลังปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอาเซียนอย่างชัดเจน คือการเติบโตของ Digital Economy โดยมี Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับการขยายตัวของ Cloud Computing, Artificial Intelligence (AI), E-Commerce, Digital Financial Services และบริการออนไลน์ต่าง ๆ หลังจากช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรม Data Center เริ่มเติบโตจากสิงคโปร์ ก่อนขยายไปยังมาเลเซีย และปัจจุบันกำลังเกิดคลื่นการลงทุนระลอกใหม่ในประเทศไทยและอินโดนีเซีย
โดย Data Center ไม่ได้เป็นเพียงอุตสาหกรรมปลายทาง แต่เป็น Multiplier Industry ที่สร้างผลคูณทางเศรษฐกิจและกระจายเม็ดเงินลงทุนไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่งานก่อสร้างและวิศวกรรม ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น อุปกรณ์ไอทีและเครือข่าย ไปจนถึงธุรกิจดิจิทัลและซอฟต์แวร์ โดยข้อมูลจาก BOI ระบุว่า ปัจจุบันมีโครงการ Data Center ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้วประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าเม็ดเงินลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้พัฒนา Data Center แต่ยังสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกเป็นจำนวนมาก
สำหรับประเทศไทย มีศักยภาพที่จะได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของ Data Center ในหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ การผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) และวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง อุปกรณ์และระบบไฟฟ้า เช่น หม้อแปลงไฟฟ้า Switchgear และ UPS สายไฟฟ้าคุณภาพสูง ระบบทำความเย็น โซลูชันเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ตลอดจนธุรกิจก่อสร้าง วิศวกรรม นิคมอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกัน กระแสการย้ายฐานการผลิตตามยุทธศาสตร์ China+1 ยังช่วยเร่งการลงทุนจากผู้ผลิตชั้นนำของไต้หวันและจีน โดยเฉพาะอุตสาหกรรม PCB และ AI Server Supply Chain ซึ่งมีแนวโน้มเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไป
นางสาว ปนิดา กล่าวว่า Megatrend ดังกล่าวเป็นโอกาสของทั้งภูมิภาคอาเซียน โดย Data Center เป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ขณะที่ CIMB Group มีเครือข่ายและทีม Industry Specialists ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Digital Infrastructure และ Data Center ในตลาดสำคัญ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซีย สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้และเครือข่ายในภูมิภาคเข้ากับโซลูชันทางการเงิน เพื่อสนับสนุนผู้พัฒนา Data Center นักลงทุน และผู้ประกอบการใน Supply Chain ตั้งแต่กลุ่มพลังงาน ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น อิเล็กทรอนิกส์ PCB, AI Infrastructure ไปจนถึงธุรกิจก่อสร้างและวิศวกรรม
ด้าน ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT กล่าวว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งจากทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ การเชื่อมโยงกับกลุ่ม CLMV ความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภค และมาตรการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ที่มียอดขอรับส่งเสริมการลงทุนรวมกว่า 1.47 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม การดึงดูด Data Center ควรให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของการลงทุน” ควบคู่กัน เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงาน น้ำ และโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าในปริมาณสูง จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ระบบพลังงาน และชุมชนอย่างรอบคอบ
ภาครัฐและ BOI ควรใช้ช่วงเวลาที่ไทยกำลังเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุน Data Center ในภูมิภาค เพื่อคัดสรรโครงการที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศมากกว่าการแข่งขันด้วยสิทธิประโยชน์เพียงอย่างเดียว โดยควรส่งเสริมมาตรฐานด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน การบริหารจัดการและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ การนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ Supply Chain การพัฒนาบุคลากร การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการลงทุนด้าน R&D เพื่อให้ Data Center เป็นมากกว่าเม็ดเงินลงทุนระยะสั้น แต่เป็นรากฐานของ Digital Economy ที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถและการแข่งขันของไทยในระยะยาว ขณะที่ CIMB Group และ CIMB THAI พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมอาเซียน ภายใต้แนวคิด “THINK ASEAN, THINK CIMB” เพื่อสนับสนุนเงินทุน องค์ความรู้ และเครือข่ายทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการตลอด Data Center Ecosystem ของภูมิภาค