
SGC ครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 229% เฉียด 380 ล้าน รับสินเชื่อ Lock Phone หนุน
SGC ไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิ 203.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 186.42% ดันครึ่งปีแรกกำไรแตะ 379.71 ล้านบาท โต 229.29% รับพอร์ต Lock Phone ขยายตัวและผลขาดทุนด้านเครดิตลดลง พร้อมตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ปีนี้ไม่น้อยกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท
บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้
โดย SGC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 203.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132.45 ล้านบาท หรือ 186.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 71.05 ล้านบาท
ส่วนงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 379.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 264.40 ล้านบาท หรือ 229.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 115.31 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อ Lock Phone การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง
สำหรับงวด 6 เดือนแรก บริษัทมียอดปล่อยสินเชื่อใหม่รวม 6,401 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อ Lock Phone จำนวน 6,221 ล้านบาท คิดเป็น 97% ของยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ และเพิ่มขึ้น 64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 พอร์ตลูกหนี้สินเชื่อ Lock Phone มีมูลค่า 8,441 ล้านบาท คิดเป็น 60% ของพอร์ตสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 30% จากสิ้นปี 2568 และก้าวขึ้นเป็นสินเชื่อที่มีสัดส่วนสูงสุดในพอร์ต โดยครอบคลุมสมาร์ตโฟน 8 แบรนด์หลัก ได้แก่ Oppo, Vivo, Xiaomi, Realme, Infinix, Honor, Nubia และ Tecno ผ่านร้านค้าพันธมิตรกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ
ขณะที่พอร์ตสินเชื่อรถทำเงินอยู่ที่ 4,714 ล้านบาท คิดเป็น 33% ของพอร์ตสินเชื่อรวม ลดลง 23% จากสิ้นปี 2568 หลังบริษัทหยุดปล่อยสินเชื่อใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 3/2567 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน
ด้านพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินเชื่อสวัสดิการพนักงานมีมูลค่ารวม 963 ล้านบาท คิดเป็น 7% ของพอร์ตสินเชื่อรวม ลดลง 33% จากสิ้นปี 2568 หลัง SGC เพิ่มความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง
สำหรับไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้รวม 810.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวด 6 เดือนแรกมีรายได้รวม 1,581.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.52% โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อ Lock Phone ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ รายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อ Lock Phone ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 614.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.53% ส่วนงวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ 1,171.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม รายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อรถทำเงินไตรมาส 2 ลดลง 41.61% เหลือ 142.24 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือนแรกลดลง 41.08% เหลือ 304.80 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทหยุดปล่อยสินเชื่อใหม่ ประกอบกับลูกค้าชำระค่างวดตามปกติและปิดสัญญาระหว่างงวด
ส่วนรายได้อื่นในไตรมาส 2 อยู่ที่ 26.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.63% และงวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ 49.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ค่านายหน้าการขายบริการ SG Shield ที่เพิ่มขึ้น
ด้านค่าใช้จ่ายในการให้บริการและบริหารไตรมาส 2 อยู่ที่ 164.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.39% ขณะที่งวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ 319.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.21% จากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่านายหน้าการขาย SG Shield รวมถึงจำนวนรายการและลูกค้าที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อ Lock Phone
อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการให้บริการและบริหารต่อรายได้รวมในช่วง 6 เดือนแรกอยู่ที่ 20.22% ลดลงเล็กน้อยจาก 20.80% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายท่ามกลางการขยายตัวของธุรกิจ
ต้นทุนทางการเงินไตรมาส 2 อยู่ที่ 116.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.72% ส่วนงวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ 223.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.76% เนื่องจากบริษัทออกหุ้นกู้ 400 ล้านบาทในเดือนพฤษภาคม 2568 หุ้นกู้ 600 ล้านบาทในเดือนตุลาคม 2568 และหุ้นกู้ 700 ล้านบาทในเดือนเมษายน 2569 เพื่อนำเงินไปขยายพอร์ตสินเชื่อ
ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นไตรมาส 2 ลดลง 25.35% เหลือ 269.20 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือนแรกลดลง 22.49% เหลือ 554.56 ล้านบาท หลังปรับสัดส่วนพอร์ตไปสู่สินเชื่อ Lock Phone ซึ่งสามารถควบคุมความเสี่ยงด้านเครดิตได้ดีขึ้น พร้อมลดสัดส่วนสินเชื่อรถทำเงินและสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า
นอกจากนี้ SGC ยังคงเร่งติดตามการชำระเงินและดำเนินคดีกับลูกหนี้กลุ่มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ โดยตั้งเป้าลดสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของพอร์ตรวมให้ต่ำกว่า 10% ภายในสิ้นปี 2569
โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 15,166.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.37% จากสิ้นปี 2568 มีหนี้สินรวม 7,365.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.05% และส่วนของผู้ถือหุ้น 7,801.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.12% ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.94 เท่า อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์อยู่ที่ 4.21% และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 8.06%
สำหรับทิศทางปี 2569 SGC ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ไม่น้อยกว่า 14,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% จากปี 2568 ที่ปล่อยสินเชื่อรวม 9,300 ล้านบาท โดยจะเน้นสินเชื่อ Lock Phone ผ่านแพลตฟอร์ม SG FINANCE+ และร้านค้าพันธมิตรกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ
พร้อมกันนี้ บริษัทจะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพงานบริการลูกค้าและการติดตามรับชำระเงิน ควบคู่กับการเพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยผ่านบริการ SG Shield ซึ่งให้ความคุ้มครองกรณีหน้าจอโทรศัพท์มือถือแตก
บริษัทจะดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมรักษามาตรฐานธรรมาภิบาล หลังได้รับคะแนนเต็ม AGM Checklist ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ผลประเมินการกำกับดูแลกิจการระดับ “ดีเลิศ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และได้รับ SET ESG Ratings ระดับ “A” ในกลุ่มธุรกิจการเงิน
ด้านสิ่งแวดล้อม SGC อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมขอการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรสำหรับสำนักงานใหญ่และสาขาย่อยทุกแห่งจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


