
SINGER ไตรมาส 2 พลิกกำไร 149 ล้าน รับ Lock Phone โตแรง-คุมต้นทุนเด่น
SINGER ไตรมาส 2/69 พลิกมีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 149 ล้านบาท สูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2566 ขณะที่ครึ่งปีแรกกำไร 292 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจ Lock Phone โตต่อเนื่อง พอร์ตแตะ 8.44 พันล้านบาท พร้อมเดินหน้า Jump+ ขยายสาขา-ดีลเลอร์ และนำ AI ยกระดับการขาย
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้
โดยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 149 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 14 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 163 ล้านบาท หรือ 1,193.9% ตามการรายงานของบริษัท และเป็นกำไรรายไตรมาสสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2566 ส่วนงวด 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 292 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 306 ล้านบาท หรือ 2,185.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากการเติบโตของธุรกิจ Lock Phone และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ไตรมาส 2/69 กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิรวมสำหรับงวด 193 ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิรวม 375 ล้านบาท ด้านรายได้รวมไตรมาส 2 อยู่ที่ 1,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนรายได้รวมงวด 6 เดือนอยู่ที่ 2,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.3%
รายได้จากการขายไตรมาส 2 อยู่ที่ 263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวด 6 เดือนอยู่ที่ 490 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.7% โดยได้รับแรงหนุนจากยอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังนำแพลตฟอร์ม SG Finance+ มาใช้สนับสนุนพนักงานขายและดีลเลอร์ในการจำหน่ายโทรศัพท์มือถือแบบ Lock Phone รวมถึงการขยายสาขาทั้งนอกและในห้างสรรพสินค้า
ขณะที่ดอกเบี้ยรับจากสัญญาเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมไตรมาส 2 อยู่ที่ 784 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% และงวด 6 เดือนอยู่ที่ 1,532 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% จากการขยายสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือ Lock Phone อย่างต่อเนื่อง ส่วนรายได้จากการให้บริการไตรมาส 2 อยู่ที่ 28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 114.3% และงวด 6 เดือนอยู่ที่ 55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับการปล่อยสินเชื่อใหม่ ไตรมาส 2/69 มียอดรวม 3,383 ล้านบาท โดยเป็นสินเชื่อ Lock Phone 3,280 ล้านบาท คิดเป็น 97% ของยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ และเพิ่มขึ้น 59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนงวด 6 เดือนมียอดปล่อยสินเชื่อใหม่ 6,401 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็น Lock Phone 6,221 ล้านบาท หรือ 97% เพิ่มขึ้น 64% ส่งผลให้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 พอร์ตลูกหนี้ Lock Phone เพิ่มเป็น 8,441 ล้านบาท คิดเป็น 60% ของพอร์ตสินเชื่อรวม และเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กลายเป็นสินเชื่อที่มีสัดส่วนสูงสุดในพอร์ตของกลุ่มบริษัท
ด้านต้นทุนขายไตรมาส 2 อยู่ที่ 215 ล้านบาท คิดเป็น 81.75% ของรายได้จากการขาย ขณะที่งวด 6 เดือนอยู่ที่ 411 ล้านบาท หรือ 83.88% ของรายได้จากการขาย โดยสัดส่วนต้นทุนขายลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการควบคุมต้นทุน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารไตรมาส 2 ลดลง 3 ล้านบาท และ 2 ล้านบาทตามลำดับ จากค่าใช้จ่ายทางกฎหมายที่ลดลงและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
ส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 267 ล้านบาท ลดลง 25.3% และงวด 6 เดือนอยู่ที่ 548 ล้านบาท ลดลง 24.7% เนื่องจากการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ โดยลดสัดส่วนสินเชื่อรถทำเงินและสินเชื่อเครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมเพิ่มน้ำหนักสินเชื่อ Lock Phone ซึ่งบริษัทมองว่าสามารถควบคุมความเสี่ยงด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเป็น 34 ล้านบาทในไตรมาส 2 และ 58 ล้านบาทในงวด 6 เดือน จากการออกหุ้นกู้ของบริษัทย่อยระหว่างปี 2568-2569
ด้านฐานะการเงิน ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 17,792 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากสิ้นปี 2568 มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,943 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% และลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิ 12,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 475 ล้านบาท โดยการเพิ่มขึ้นหลักมาจากพอร์ตสินเชื่อ Lock Phone ขณะที่สินเชื่อรถทำเงินลดลงตามนโยบายลดการปล่อยสินเชื่อประเภทดังกล่าว
กลุ่มบริษัทมีหนี้สินรวม 2,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.6% จากสิ้นปี 2568 สาเหตุหลักจาก บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC ออกหุ้นกู้มูลค่า 700 ล้านบาทในเดือนเมษายน 2569 ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 15,361 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 466 ล้านบาท โดย SINGER มีเงินให้กู้ยืมแก่ SGC คงเหลือ 5,050 ล้านบาท และ SGC มีแผนชำระคืนเงินกู้ส่วนที่เหลือให้หมดภายในปี 2571
สำหรับอัตราส่วนทางการเงิน ณ สิ้นไตรมาส 2/69 อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.18 เท่า อัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียน 11.80 เท่า อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ 0.91 เท่า ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ 2.11% และผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น 2.76% โดยบริษัทระบุว่ามีกระแสเงินสดเพียงพอต่อการดำเนินงานและรองรับหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดเดือนธันวาคม 2569 จำนวน 250 ล้านบาท
ด้านกระแสเงินสดงวด 6 เดือนแรก กลุ่มบริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 107 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 781 ล้านบาท และมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน 708 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 34 ล้านบาท นอกจากนี้ เดือนมิถุนายน 2569 SINGER ขายหุ้น SGC ออก 1.4% รับเงินสด 91.1 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นลดเหลือ 77.1% แต่ยังคงอำนาจควบคุม พร้อมรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุน 14.7 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มธุรกิจ ฝ่ายบริหารยังมีมุมมองเชิงบวก จากการขยายสินเชื่อ Lock Phone ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพสินเชื่อ ขณะที่รายได้จากการขายของ SINGER เติบโตต่อเนื่อง โดยไตรมาส 2/69 มีรายได้จากการขาย 263.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 90.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดขายโทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ และรายได้จากการจำหน่ายน้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนจุดให้บริการ
ขณะเดียวกัน SINGER ลดมูลค่าสินค้ามือสองคงเหลือเหลือประมาณ 20 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/69 ลดลง 88.5% จาก 174 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มูลค่าตามบัญชีสุทธิลดจาก 16 ล้านบาท เหลือประมาณ 1.8 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายสาขา เพิ่มพนักงานขาย และทำตลาดออนไลน์เพื่อสนับสนุนยอดขาย
ทั้งนี้ SINGER เดินหน้าโครงการ Jump+ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การปรับโครงสร้างต้นทุนและพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ SINGER ซึ่งสามารถล็อกการใช้งานกรณีลูกค้าไม่ชำระค่างวด โดยเตรียมเปิดตัวช่วงปลายไตรมาส 3/69 รวมถึงการขยายช่องทางจำหน่าย โดยครึ่งปีแรกเปิดสาขาใหม่ 45 แห่ง และเพิ่มดีลเลอร์ 388 ราย ส่วนครึ่งปีหลังมีแผนเปิดเพิ่มอีก 101 สาขา และดีลเลอร์ 112 ราย
อีกหนึ่งกลยุทธ์คือ Digital Transformation โดยนำเทคโนโลยี AI มาพัฒนางานขาย บริการลูกค้า และลดต้นทุน เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร โดยไตรมาส 2 บริษัทเริ่มทดลองใช้ AI ด้านการจัดการองค์ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำหรับพนักงานขาย และเตรียมพัฒนาระบบแจ้งเตือนค่าคอมมิชชันในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมพัฒนา Data Governance Framework ระบบควบคุมภายในและบริหารความเสี่ยง รวมถึงจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG
ด้านความยั่งยืน SINGER ยังดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในไตรมาส 2/69 ทั้งการร่วม “โครงการกำลังใจ” ฝึกอบรมอาชีพแก่ผู้ต้องขังหญิงในจังหวัดสระบุรี การร่วมกับศาลเยาวชนและครอบครัวกลางจัดอบรมทักษะล้างเครื่องปรับอากาศและซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าแก่เด็กและเยาวชน การร่วมกับไปรษณีย์ไทยและศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย บริจาคโลหิต ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ภายใต้โครงการ Jump+ เพื่อสร้างความรู้เรื่องก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมพนักงานลดการใช้พลังงาน ทรัพยากร และคัดแยกขยะ


