
REIC ชี้ราคาห้องชุด EEC ไตรมาส 2 ฟื้น รับต้นทุนก่อสร้าง-ราคาที่ดินสูง
REIC เผยดัชนีราคาห้องชุด EEC ไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 103.1 จุด เพิ่ม 0.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่ม 1.2% จากไตรมาสก่อน รับต้นทุนก่อสร้าง-ราคาที่ดินสูงขึ้น
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยบทวิเคราะห์ “ดัชนีราคาห้องชุดในพื้นที่ EEC ไตรมาส 2 ปี 2569” พบว่า ดัชนีราคาห้องชุดในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 103.1 จุด เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 102.6 จุด และเพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนตลาดที่ขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังจากดัชนีราคาห้องชุดปรับตัวลดลงในไตรมาสที่ผ่านมา
การปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาห้องชุดมีปัจจัยมาจากต้นทุนค่าก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งในส่วนของราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง รวมถึงราคาที่ดินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาขายห้องชุดในพื้นที่ EEC มีการขยับตัวขึ้น
เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดชลบุรี มีค่าดัชนีราคาห้องชุดอยู่ที่ 102.9 จุด เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จาก 102.4 จุด
ขณะที่ จังหวัดระยอง มีค่าดัชนีราคาห้องชุดอยู่ที่ 111.9 จุด ไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วน จังหวัดฉะเชิงเทรา มีค่าดัชนีอยู่ที่ 103.8 จุด ลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จาก 104.0 จุด
สำหรับรายการส่งเสริมการขายห้องชุดที่อยู่ระหว่างการขายในไตรมาส 2/2569 พบว่า ส่วนใหญ่เป็นการให้ของแถมเพื่อสมนาคุณ เช่น เครื่องปรับอากาศและเฟอร์นิเจอร์ คิดเป็น 56.9% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่อยู่ที่ 56.0% รองลงมา ได้แก่ การฟรีค่าใช้จ่าย ณ วันโอนกรรมสิทธิ์ 27.7% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่อยู่ที่ 25.4% และการให้ส่วนลดเงินสด 15.4% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่อยู่ที่ 18.6%
ทั้งนี้ ดัชนีราคาห้องชุดในพื้นที่ EEC หมายถึง ราคาห้องชุดในโครงการอาคารชุดที่มีหน่วยเหลือขายตั้งแต่ 6 หน่วยขึ้นไป โดยไม่รวมบ้านมือสอง ครอบคลุมพื้นที่จัดเก็บและรวบรวมข้อมูลใน 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา
การจัดทำดัชนีราคาห้องชุดดังกล่าวใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 100 ตัวอย่าง โดยราคาขายที่นำมาจัดทำดัชนีเป็นราคาขายที่แท้จริง ซึ่งได้หักมูลค่ารายการส่งเสริมการขายออกจากราคาที่ประกาศขายแล้ว และกำหนดให้ปี 2565 เป็นปีฐานในการจัดทำดัชนี

