“บอร์ดอวกาศ” เร่งกฎหมาย-ดัน Space Economy จัดสรรช่องสัญญาณดาวเทียมหนุนสาธารณะ

บอร์ดอวกาศแห่งชาติเร่งขับเคลื่อนกิจการอวกาศไทย เดินหน้าร่าง พ.ร.บ.กิจการอวกาศ-ทบทวนแผนแม่บท พร้อมวางเกณฑ์ Landing Rights บริหารช่องสัญญาณดาวเทียมเพื่อประโยชน์รัฐและสาธารณะ หนุนเศรษฐกิจอวกาศ-ความมั่นคงประเทศ


นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางยกระดับกิจการอวกาศของประเทศไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการพัฒนาเทคโนโลยี พร้อมเร่งผลักดันกฎหมายและแผนแม่บทเพื่อวางรากฐานการขับเคลื่อน Space Economy ของไทยในระยะยาว

การประชุมดังกล่าวมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะกรรมการและเลขานุการ รวมถึง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) เข้าร่วม

พร้อมด้วย พลโท สุวัฒน์ ยศประกอบ เจ้ากรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม และ นายปกรณ์ อาภาพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการร่วม ตลอดจนผู้แทนจากกระทรวงและหน่วยงานสำคัญ อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ สภาพัฒน์ สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และสำนักงาน กสทช.

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันกิจการอวกาศไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม แต่ได้กลายเป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติจะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันระบบนิเวศ เศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ของประเทศไทยให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้สรุปความคืบหน้าการดำเนินงานใน 3 มิติหลัก เริ่มจากด้านเศรษฐกิจอวกาศ ซึ่งมุ่งจัดทำร่างนโยบายการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ หรือ Landing Rights เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการกลั่นกรองและอนุญาตผู้ให้บริการดาวเทียมต่างชาติ ควบคู่กับการคุ้มครองผู้บริโภค ความเป็นธรรมในการแข่งขัน และความมั่นคงของประเทศ

พร้อมกันนี้ ยังเตรียมวางแนวทางบริหารจัดการ ช่องสัญญาณดาวเทียมสื่อสารที่รัฐได้รับจากผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม เพื่อนำไปใช้สำหรับบริการสาธารณะและประโยชน์ของรัฐ ช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการและโอกาสของประชาชน

ด้านกิจการอวกาศเพื่อความมั่นคง จะให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังและบริหารจัดการการจราจรทางอวกาศ เพื่อรองรับและป้องกันภัยคุกคามทั้งในมิติดิจิทัล ไซเบอร์ และห้วงอวกาศ รวมถึงยกระดับความสามารถในการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศ

ส่วนด้านเทคโนโลยีอวกาศและการประยุกต์ใช้ จะเดินหน้าส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาระบบดาวเทียมสำรวจโลกของไทย รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง ท่าอวกาศยานแห่งแรกของประเทศไทย หรือ Thailand Spaceport เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว

ขณะเดียวกัน จะเร่งนำข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจโลกมาประยุกต์ใช้สนับสนุนภารกิจสำคัญของประเทศ ทั้งการเกษตรแม่นยำ การบริหารจัดการภัยพิบัติ และการประเมินสถานการณ์มลพิษทางอากาศ PM2.5 ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอวกาศแห่งอนาคต

นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังเร่งรัดการจัดทำ ร่างพระราชบัญญัติกิจการอวกาศ พ.ศ. … และทบทวน ร่างแผนแม่บทอวกาศแห่งชาติ พ.ศ. 2566-2580 เพื่อวางรากฐานด้านกฎหมายและกำหนดยุทธศาสตร์ระยะยาว รองรับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้จากอุตสาหกรรมอวกาศ พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

ด้าน นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ประชุมยังพิจารณาแนวทางบริหารช่องสัญญาณดาวเทียมสื่อสารที่รัฐได้รับโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อนำมาใช้ในภารกิจของหน่วยงานภาครัฐทั้งฝ่ายพลเรือนและด้านความมั่นคง ภายใต้นโยบายการดำเนินงานดาวเทียมสื่อสารแห่งชาติ

นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาร่างนโยบาย Landing Rights และร่างหลักเกณฑ์ระดับรัฐสำหรับประกอบการอนุญาตให้ดาวเทียมต่างชาติเข้ามาให้บริการในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการแข่งขันในอุตสาหกรรมดาวเทียม เพิ่มทางเลือกให้ประชาชนและภาคธุรกิจเข้าถึงบริการสื่อสารคุณภาพสูง ภายใต้การกำกับดูแลที่รักษาสมดุลทั้งด้านการค้า ความเป็นธรรม และความมั่นคง

ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ โครงการอาร์เทมิส (Artemis) ซึ่งเป็นโครงการสำรวจดวงจันทร์ของสหรัฐอเมริกา ดำเนินการโดยองค์การ NASA เป็นโครงการด้านอวกาศที่สำคัญของไทย ซึ่งจำเป็นต้องเร่งดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนและกรอบเวลาของสหรัฐฯ และพันธมิตรนานาชาติ

พร้อมกันนี้ ยังรับทราบความคืบหน้ากิจการอวกาศของประเทศไทย ทั้งด้านนโยบายและกฎระเบียบ เทคโนโลยีดาวเทียม การผลิตชิ้นส่วน ภารกิจอวกาศเพื่อความมั่นคง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ การพัฒนาบุคลากร ตลอดจนความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ

รวมถึงการเตรียมเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความรับผิดระหว่างประเทศต่อความเสียหายอันเนื่องจากวัตถุอวกาศ ค.ศ. 1972 การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง Thailand Spaceport และการจัดทำแนวทางเฝ้าระวังและบริหารจัดการการจราจรทางอวกาศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

นายพชร กล่าวทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยมีทั้งบุคลากรที่มีศักยภาพ โครงสร้างพื้นฐานที่กำลังเติบโต และเครือข่ายพันธมิตรจากทั่วโลก โดยเป้าหมายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร แต่ต้องการใช้เทคโนโลยีอวกาศเป็นเครื่องมือขับเคลื่อน เศรษฐกิจมูลค่าสูง หรือ New Space Economy เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และเพิ่มบทบาทของประเทศไทยในเวทีอวกาศระดับโลก

Back to top button