Citi แนะ “ซื้อ” TTB เป้า 3.22 บาท ชี้หุ้นอ่อนตัวน่าสะสม รับฟรีโฟลตเพิ่ม-ปันผลเด่น

“ซิตี้กรุ๊ป” คงคำแนะนำ “ซื้อ” TTB ราคาเป้าหมาย 3.22 บาท ชี้ราคาหุ้นอ่อนตัวเป็นจังหวะสะสม รับปัจจัยบวกจาก ING ลดสัดส่วนถือหุ้น เพิ่ม Free Float และแนวโน้มปันผลอยู่ในระดับน่าสนใจ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (20 ส.ค. 69) บริษัท ซิตี้กรุ๊ป หรือ Citi ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้นธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB พร้อมกำหนดราคาเป้าหมายที่ 3.22 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าการปรับตัวลดลงของราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นโอกาสสำหรับการทยอยสะสม โดยเฉพาะจากความคืบหน้าการลดสัดส่วนการถือหุ้นของ ING ซึ่งจะส่งผลให้มีหุ้นหมุนเวียนในตลาดเพิ่มขึ้น และมีโอกาสช่วยดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น

ทั้งนี้ Citi ระบุว่า ING ได้ลดสัดส่วนการถือหุ้น TTB จาก 23.5% เหลือ 19.5% ในเดือนมิถุนายน 2569 และล่าสุดในเดือนสิงหาคม 2569 ได้ประกาศลดสัดส่วนการถือหุ้นลงอีกครั้ง เหลือ 11.6% สะท้อนถึงความคืบหน้าของการทยอยขายหุ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับราคาเสนอขายหุ้นในช่วง 2.64–2.70 บาทต่อหุ้น Citi ประเมินว่าจะคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ประมาณ 6.8–6.9% ตามประมาณการของ Citi

ขณะเดียวกัน หาก TTB นำงบประมาณที่เหลือจากโครงการซื้อหุ้นคืนจำนวน 14,000 ล้านบาท มาจัดสรรเป็นเงินปันผลพิเศษ Citi ประเมินว่าจะคิดเป็นเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ประมาณ 0.04 บาทต่อหุ้นในช่วงปี 2569–2572 โดย Citi ประเมินกำไรของ TTB ต่ำกว่าประมาณการของตลาดประมาณ 2% และคาดว่าอัตราการจ่ายเงินปันผลปกติจะอยู่ที่ 59% หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายผลตอบแทนรวมประมาณ 75%

ภายใต้สมมติฐานดังกล่าว หากราคาหุ้น TTB อยู่ที่ระดับ 2.80 บาทต่อหุ้น จะคิดเป็น Dividend Yield ในปี 2569 ประมาณ 6.5% ซึ่งถือเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น TTB

นอกจากนี้ Citi มองว่า การเพิ่มขึ้นของ Free Float เป็นปัจจัยบวกต่อ TTB เนื่องจากมีแนวโน้มช่วยเพิ่มความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงสนับสนุนมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ADV) ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดย Citi อ้างอิงประสบการณ์จากกรณี ANZ จำหน่ายหุ้น AMMB ในปี 2567 ซึ่งสะท้อนว่าการเพิ่มสัดส่วนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดสามารถช่วยขยายฐานนักลงทุนและเพิ่มสภาพคล่องของหุ้นได้

ขณะเดียวกัน การเพิ่ม Free Float ยังช่วยลดความกังวลของนักลงทุนในประเทศเกี่ยวกับผลกระทบต่อสัดส่วนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดจากการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนของ TTB

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงาน Citi ประเมินว่า TTB ยังสามารถสร้าง ผลตอบแทนเมื่อปรับด้วยความเสี่ยงได้อย่างมีเสถียรภาพ แม้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth) ยังคงมีแนวโน้มเติบโตและสามารถสร้างรายได้ให้แก่ธนาคารได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่ TTB จะสามารถเพิ่มเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ได้ในอนาคต ซึ่ง Citi มองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสนับสนุนราคาหุ้น โดยพิจารณาร่วมกับผลประกอบการของธนาคารใน ไตรมาส 2/2569

Back to top button