
“ฟินันเซีย ไซรัส” อัพเป้า CBG ใหม่ 74 บ. ลุ้นกำไรปีนี้แตะ 2.93 พันล้าน รับธุรกิจ OEM หนุน
บล.ฟินันเซีย ไซรัส มอง CBG แนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง คาดกำไรปี 69 แตะ 2.93 พันล้านบาท โต 3.4% พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 74 บาท รับธุรกิจจัดจำหน่ายและ OEM โดยเฉพาะ Loveza หนุนการเติบโต
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ประเมิน บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ว่า มีทิศทางฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังเติบโตเฉลี่ยประมาณ 7% ต่อปี สูงกว่าการเติบโตของตลาดเล็กน้อย ขณะที่ธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คาดว่าจะเติบโตในระดับสูงราว 20-25% ต่อปีในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า
สำหรับธุรกิจในเมียนมา ยังคงมีผลการดำเนินงานที่ดี และบริษัทเตรียมขยายกำลังการผลิตในเฟส 2 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน CBG เริ่มรับรู้รายได้จากลูกค้า OEM เครื่องดื่มผลไม้ผสมโซดาแบรนด์ Loveza ตั้งแต่ไตรมาส 2/69 จำนวนประมาณ 5 ล้านกระป๋อง และได้รับการตอบรับที่ดี ส่งผลให้มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเป็น 15 ล้านกระป๋องในไตรมาส 3/69 และ 25 ล้านกระป๋องในไตรมาส 4/69 โดยตั้งเป้าปริมาณการผลิตแตะ 100 ล้านกระป๋องในปี 70
ทั้งนี้ ยังมีโอกาสสร้าง Upside หากผลิตภัณฑ์ Loveza สามารถวางจำหน่ายผ่านช่องทาง Makro, Lotus’s และ 7-Eleven ได้ตามแผนภายในสิ้นปีนี้ โดยมองว่า ธุรกิจ OEM ดังกล่าวมีอัตรากำไรที่ดีและการแข่งขันด้านราคาต่ำกว่ากลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังและกาแฟพร้อมดื่ม อีกทั้งยังช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตของสายการผลิตกระป๋อง โดยคาดว่าอัตรากำไรสุทธิของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะไม่ต่ำกว่า 20%
แม้ตลาดเครื่องดื่มผลไม้ผสมโซดายังมีขนาดไม่ใหญ่มาก คิดเป็นเพียงประมาณ 4-5% ของมูลค่าตลาดน้ำอัดลม แต่เป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงและตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค Gen Z โดยมองว่าลูกค้า OEM รายดังกล่าวยังมีโอกาสพัฒนารสชาติและผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึง CBG มีโอกาสได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้า OEM รายอื่นเพิ่มเติมในอนาคต
ด้านแนวโน้มผลประกอบการ คาดว่ารายได้ของ CBG จะทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องในไตรมาส 3/69 และไตรมาส 4/69 หลังการปรับฐานของธุรกิจกัมพูชาเริ่มสิ้นสุดลง ขณะที่การขยายธุรกิจสู่โมเดล OEM จะเข้ามาช่วยสร้างการเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิต
ทั้งนี้ คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/69 อยู่ที่ 792 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 28.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส และคาดว่ากำไรจะเติบโตต่อเนื่องจนทำระดับสูงสุดของปีในไตรมาส 4/69
จากแนวโน้มดังกล่าว ทางฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 69-71 ขึ้น 11-19% โดยคาดกำไรปี 69 อยู่ที่ 2.93 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% จากปีก่อน และกลับมาสูงกว่าระดับปี 67 ซึ่งเป็นช่วงที่รายได้จากกัมพูชาอยู่ในระดับสูง ขณะที่ปี 70 คาดกำไรเติบโต 15% จากปีก่อน ตามการปรับเพิ่มสมมติฐานรายได้ให้เติบโตประมาณ 8-15% ต่อปี จากเดิมคาดไว้เพียง 0-5% หลังธุรกิจจัดจำหน่ายและธุรกิจเมียนมาทำได้ดีกว่าคาด รวมถึงการรับรู้รายได้จาก Loveza ตามเป้าหมาย
พร้อมกันนี้ ทางฝ่ายวิจัยปรับราคาเป้าหมาย CBG เป็น 74 บาท โดยอิงประมาณการปี 70 และปรับค่า P/E ขึ้นเป็น 22 เท่า หรือประมาณ -0.75 SD ซึ่งกลับไปอยู่ในระดับเดียวกับปี 67 หลังประเมินว่ากำไรปี 69 มีโอกาสกลับมาสูงกว่าปี 67 ได้เร็วกว่าที่คาดไว้เดิม
โดยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ Growth Story ของ CBG จากการขยายตัวของรายได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีศักยภาพชดเชยผลกระทบจากธุรกิจกัมพูชาและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมี Upside หากรายได้จาก Loveza เติบโตสูงกว่าคาด และ CBG สามารถคว้าลูกค้า OEM รายใหม่เข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตและสนับสนุนการเติบโตของกำไรในระยะถัดไป

