
ราคาน้ำมันส่อผันผวน! จับตาเจรจาช่องแคบฮอร์มุซ-สหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันอิหร่าน
ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวผันผวน ตลาดจับตาการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซระหว่างอิหร่าน-โอมาน ขณะที่สหรัฐฯ ยังเดินหน้ากดดันทางเศรษฐกิจและคว่ำบาตรเข้ม ควบคู่ปัจจัยเงินเฟ้อสหรัฐฯ และสงครามการค้าแคนาดาที่เข้ามากดดันอุปสงค์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อ้างอิงรายงานสถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยตลาดจับตาความคืบหน้าการเจรจาระหว่างอิหร่านและโอมานเกี่ยวกับแนวทางการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังมีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดสรรพื้นที่น่านน้ำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและการแบ่งรายได้ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม การเจรจายังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า ยังคงไม่มีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้หลายประเทศ อาทิ กาตาร์และปากีสถาน พยายามทำหน้าที่เป็นคนกลางเพื่อผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาเจรจากันอีกครั้ง โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน เพื่อให้อิหร่านปรับเปลี่ยนท่าทีและกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา
นอกจากนี้ สำนักข่าว Wall Street Journal รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ส่งสัญญาณอย่างต่อเนื่องผ่านคนกลางว่า ไม่ต้องการกลับไปใช้เงื่อนไขตามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุในเดือนมิถุนายน 2569 ขณะที่เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า ทุ่นระเบิดทั้งหมดในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซถูกทำลายหรือเก็บกู้เรียบร้อยแล้ว พร้อมเตือนว่าเรือลำใดก็ตามที่นำทุ่นระเบิดเข้ามาวางเพิ่มเติมจะถูกทำลายในทันที และยืนยันว่ากองทัพอากาศสหรัฐฯ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
อีกปัจจัยที่ตลาดจับตาคือมาตรการคว่ำบาตร Economic Outcast ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจอิหร่าน หลังนาย Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ประเทศที่ยังคงทำธุรกรรมการค้ากับอิหร่านจะต้องปฏิบัติตามกรอบเวลาที่สหรัฐฯ กำหนดในการยุติการค้า มิฉะนั้นอาจเผชิญมาตรการคว่ำบาตรเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ภายใต้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรบริษัท Wellbred Capital ในสิงคโปร์ บริษัท Wellbred Trading FZCO ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบริษัท Wellbred Trading SA ในสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงโรงกลั่นเชื้อเพลิงชีวภาพ La Nivernaise de Raffinage SAS ในฝรั่งเศส เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับนาย Mohammad Hossein Shamkhani เจ้าของธุรกิจขนส่งน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่าน
มาตรการดังกล่าวยังครอบคลุมกองเรือบรรทุกน้ำมันและเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปจากอิหร่านและรัสเซีย รวมถึงสินค้าอื่น ๆ ไปยังผู้ซื้อทั่วโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อการค้าและการขนส่งน้ำมันในตลาดโลก
ขณะเดียวกัน ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณชะลอตัว โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) เดือนกรกฎาคม 2569 เพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 สะท้อนว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นระยะเวลานานกว่าที่คาด ซึ่งอาจกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันในระยะถัดไป
ด้านความตึงเครียดทางการค้าเพิ่มขึ้นเช่นกัน หลังนาย Mark Carney นายกรัฐมนตรีแคนาดา ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 15-50% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยปรับเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมเป็น 50% รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องเล่นเกมคอนโซล สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ในอัตรา 50% ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้า ชีส ปลา และอาหารทะเล จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา 25% และเครื่องจักรในอัตรา 15% โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2569
นอกจากนี้ รัฐบาลแคนาดายังประกาศมาตรการสนับสนุนภาคธุรกิจภายในประเทศ ผ่านโครงการเพิ่มสภาพคล่องและการช่วยเหลือด้านการว่างงาน วงเงินรวม 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์แคนาดา เพื่อรองรับผลกระทบจากมาตรการทางการค้า
สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 21-27 สิงหาคม 2569 ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับลดลง 1.06 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 84.04 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 0.63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 90.54 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

การปรับตัวลงของราคาน้ำมันเป็นผลจากสัญญาณความคืบหน้าเกี่ยวกับแนวทางการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังมีรายงานว่าอิหร่านและโอมานกำลังหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งเส้นทางเดินเรือร่วมชั่วคราว ซึ่งอาจนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงถาวรเกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่นายบาดร์ อัล-บูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน เปิดเผยว่า แนวทางการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซในอนาคต รวมถึงแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างถาวร จะดำเนินการเป็นลำดับขั้น โดยโอมานจะหารือกับประเทศพันธมิตรในภูมิภาค เพื่อส่งเสริมสันติภาพและความร่วมมือ ตลอดจนเสถียรภาพและเสรีภาพในการเดินเรือ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการเดินเรือเบื้องต้นจาก Kpler ระบุว่า จำนวนเรือบรรทุกสินค้าที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม สะท้อนว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวยังคงอยู่ในภาวะจำกัด แม้จะเริ่มมีสัญญาณความคืบหน้าในการเปิดเส้นทางเดินเรือ
ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้น 0.1 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 428.9 ล้านบาร์เรล ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6 ล้านบาร์เรล
ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดน้ำมันในสัปดาห์นี้ยังคงต้องติดตามปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นสำคัญ โดยเฉพาะความคืบหน้าการเจรจาเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซและท่าทีของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน รวมถึงผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรและสถานการณ์การค้าโลก ขณะที่ทิศทางเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะเป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันในระยะต่อไป
สำหรับ บมจ.ไทยออยล์ ยังคงมุ่งสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ภายใต้ความท้าทายของตลาดพลังงานโลก ด้วยการจัดหาน้ำมันดิบและรักษาระดับการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ ควบคู่กับการขับเคลื่อนโครงการพลังงานสะอาด เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ไทยออยล์ยังมุ่งสร้างคุณค่าที่สมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน และดำเนินธุรกิจภายใต้หลักสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

