
SET ภาคเช้ารีบาวด์ 12 จุด รับแรงซื้อกลับบิ๊กแคป-Bond Yield ชะลอตัว
SET ภาคเช้าบวก 12.31 จุด แตะ 1,587.38 จุด รีบาวด์ตามตลาดต่างประเทศ รับแรงซื้อหุ้นบิ๊กแคป หลัง Bond Yield สหรัฐฯ ชะลอตัว-เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลาย ด้านโบรกมองแนวต้านถัดไป 1,595 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 ก.ย.69) ณ เวลา 10:04 น. ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1,587.38 จุด บวก 12.31 จุด (0.78%) ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7,028.02 ล้านบาท รีบาวด์ตามตลาดต่างประเทศ และแรงซื้อกลับหุ้นบิ๊แคป
บล.กรุงศรี ประเมินดัชนี SET วันนี้ (3 ก.ย.69) มีโอกาส “ดีดตัว” ให้แนวต้าน 1,587-1,595 จุด และแนวรับ 1,560-1,550 จุด หลังบรรยากาศลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงผ่อนคลาย จาก US Bond Yield 10 ปีลดลง 2 bps ท่ามกลางกระแสข่าวสหรัฐฯ อาจชะลอการโจมตีอิหร่านระยะสั้น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent เคลื่อนไหวทรงตัว
นอกจากนี้ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือน ส.ค. เพิ่มเพียง 38,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าคาด สะท้อนตลาดแรงงานสหรัฐฯ ชะลอลง ประกอบกับประธานเฟดสาขานิวยอร์กส่งสัญญาณผ่อนคลาย ช่วยลดความกังวลเรื่องดอกเบี้ย
ด้านธีม AI ยังเป็นบวกจากการลงทุน CAPEX ต่อเนื่อง ขณะที่ประเด็น Data Center ในไทยคาดกระทบหุ้นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีจำกัด โดยยังมีแรงหนุนจากแผน PDP2026 และการขยายกำลังรองรับ Data Center ในระยะยาว
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (3 ก.ย.69) ว่า ดัชนี SET Index มีโอกาสเกิด Technical Rebound โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวที่ 1,570-1,585 จุด หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ชะลอตัวลง ช่วยลดแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนทั่วโลกยังคงจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อใช้ประเมินทิศทางนโยบายการเงินและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในระยะถัดไป ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางเงินทุนและตลาดหุ้นทั่วโลก
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน CGSI แนะนำ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA โดยคาดว่ารายได้ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จะเติบโตสูงขึ้น จากอัตรากำไรที่มีแนวโน้มทยอยปรับตัวดีขึ้น แม้ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบบางส่วน พร้อมคาดรายได้ไตรมาส 3/2569 เติบโตประมาณ 15% จากไตรมาสก่อน กำหนดจุดทำกำไร (Take Profit) ที่ 250 บาท และจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่ 243 บาท
นอกจากนี้ แนะนำ บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 โดยคาดว่ารายได้และกำไรจะทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2569 โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติสูง ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์หากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางผ่อนคลายลง ทั้งนี้ CGSI ยังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มโรงพยาบาลที่ Overweight และเลือก PR9 เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม พร้อมกำหนดจุดทำกำไรที่ 19.10 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 18.30 บาท

