
“กรภัทร” ชี้ SET รีบาวด์! รับบอนด์ยีลด์พัก ชู AI-Data Center เมกะเทรนด์ยาว แนะ 3 หุ้นเด่น
“กรภัทร” ประเมิน SET วันนี้มีโอกาสรีบาวด์ หลัง Bond Yield สหรัฐฯ เริ่มพักตัว-ตลาดแรงงานชะลอ ลดกังวลดอกเบี้ยเฟด ชี้หากกลับมายืน 1,600 จุด จะเป็นสัญญาณบวกต่อความเชื่อมั่น พร้อมมองกระแสลงทุน AI-Data Center ยังเป็นเมกะเทรนด์ระยะยาว พร้อมแนะ DELTA-HANA-PTT หุ้นเด่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2569 ว่า ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัว หลังดัชนีปรับฐานในช่วง 2 วันที่ผ่านมา โดยแนวรับสำคัญอยู่บริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 75 วัน ที่ประมาณ 1,578 จุด ซึ่งแม้ดัชนีหลุดลงเล็กน้อยในวันก่อนหน้า แต่มีโอกาสเป็นเพียงการหลุดแนวรับระยะสั้นก่อนดีดกลับ หากมีปัจจัยสนับสนุนเข้ามา
ปัจจัยบวกสำคัญมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้เร่งขึ้นแตะบริเวณ 4.8% และสร้างความกังวลว่าอาจขึ้นไปถึง 5% แต่ล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณทางเทคนิคของการพักตัว ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือน ส.ค. ออกมาต่ำกว่าคาด สะท้อนภาพตลาดแรงงานที่เริ่มชะลอลง และอาจเป็นสัญญาณนำไปสู่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่จะประกาศปลายสัปดาห์
ทั้งนี้ หากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาไม่แข็งแกร่ง หรือมีการปรับลดตัวเลขย้อนหลัง อาจช่วยลดความกังวลของตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย โดย KSS มองว่าหากเงินเฟ้อไม่กลับมาเร่งตัวรอบใหม่ มีโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเลือก คงอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. ซึ่งตลาดจะรับทราบผลในช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ย. ตามเวลาไทย
สำหรับทิศทาง SET Index ระยะสั้น มองว่าตลาดอาจเริ่มดึงสถานะการลงทุนกลับเข้ามาก่อน เพื่อรอประเมินข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยหากดัชนีสามารถรีบาวด์และกลับมายืนเหนือ 1,600 จุด ได้ จะเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นมากขึ้น พร้อมมองว่าจังหวะตลาดปรับฐานยังเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้น
ด้านภาพระยะกลางถึงยาว KSS ยังให้น้ำหนักเชิงบวกต่อวัฏจักรการลงทุนด้าน AI Infrastructure ซึ่งกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนการลงทุนรอบใหม่ จากการเร่งลงทุนของกลุ่ม Hyperscaler ทั้งระบบประมวลผล ศูนย์ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการนำ AI ไปใช้งานในวงกว้าง โดยมองว่าหากกระแสดังกล่าวนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง จะเป็นคลื่นการลงทุนขนาดใหญ่ที่สนับสนุนตลาดในระยะยาว
ส่วนกรณีกระแสข่าวด้าน Data Center ในประเทศไทย ประเมินว่าผลกระทบต่อภาพรวมการลงทุนมีจำกัด โดยภาครัฐจำเป็นต้องแยกประเด็นการกำกับดูแล Data Center ที่ดำเนินการไม่ถูกต้องออกจากนโยบายดึงดูดการลงทุน เนื่องจาก Data Center ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมยุคใหม่เข้ามาในประเทศ หากไทยไม่สามารถดึงเม็ดเงินลงทุนดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ อาจทำให้เสียโอกาสในการเข้าร่วมวัฏจักรเทคโนโลยีรอบใหม่
ขณะเดียวกัน ไทยควรวางกลไกบริหารทรัพยากร ทั้งไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ให้ไม่กระทบภาคครัวเรือน พร้อมเพิ่มสัดส่วน Local Content และเชื่อมโยงการลงทุนไปสู่อุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยกระแส AI เริ่มสร้างผลบวกต่ออุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องแล้ว เช่น Storage และ Disk Drive ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นและช่วยสนับสนุนการส่งออกของไทย
นอกจากนี้ KSS มองว่า กลุ่มธนาคารพาณิชย์ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแรก ๆ ที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการนำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ โดยยังมีช่องว่างในการลดต้นทุนและยกระดับการดำเนินงานอีกมาก
สำหรับกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น KSS เลือก DELTA ,HANA และ PTT เป็นหุ้นเด่นประจำวัน พร้อมมองกลุ่มโรงไฟฟ้า พลังงาน และหุ้นที่เชื่อมโยงกับวัฏจักรลงทุนเทคโนโลยีเป็นกลุ่มที่น่าจับตา
